มีช่วงเวลาไหนบ้างในวันที่คุณอยากฟังเพลงโปรด แต่ก็ยังอยากรู้ว่าคนข้างๆ กำลังพูดอะไรอยู่? หรืออยากใส่หูฟังออกไปวิ่งตอนเช้า แต่ยังต้องการยินเสียงรถ เสียงคนรอบข้าง เพื่อความปลอดภัย? ความรู้สึกนั้นคือสิ่งที่ทำให้หูฟัง Open-Ear กลายเป็นไอเท็มที่คนทั่วโลกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้

และนั่นคือจุดที่ Baseus Bowie MC2 Air และ Baseus Bowie MC2 เดินเข้ามาในเรื่องพอดิบพอดี ทั้งสองรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ใส่สบายได้ทั้งวัน ฟังเพลงชัด โทรออกคม แต่ไม่ปิดกั้นโลกภายนอกออกจากกัน จะเลือกสายคุ้มค่าอย่าง MC2 Air หรืออัปเกรดเต็มสูบไปกับ MC2 รุ่นพี่ ทั้งคู่พร้อมเป็นเพื่อนคู่ใจให้สมาร์ทโฟนทุกเครื่อง ไม่ว่าจะยี่ห้ออะไรก็ลุยด้วยกันได้หมด ไปดูกันเลยว่าแต่ละรุ่นมีดีอะไรบ้าง
Baseus Bowie MC2 Air — มันทุกมูฟ อิสระทุกการฟัง

เบาจนลืมว่าใส่อยู่ สวยจนต้องหยิบมาอวด
Baseus Bowie MC2 Air คือหูฟังที่ดีไซน์มาเพื่อการใส่ตลอดวันโดยเฉพาะ ด้วยรูปทรงโค้งยาวพิเศษที่ยึดหยุ่นเข้ากับใบหูได้อย่างพอดี ลดแรงกดทับระหว่างใช้งาน ทำให้รู้สึกสบายแม้สวมต่อเนื่องหลายชั่วโมง และเมื่อน้ำหนักตัวอยู่ที่เพียง 4.9 กรัมต่อข้าง ก็ยิ่งทำให้แทบลืมว่าใส่อยู่เลย เรียกว่าเหมาะกับสมาร์ทโฟนสายใช้งานทั้งวันสุดๆ

สีสันก็ไม่น้อยหน้า มีให้เลือกถึง 3 เฉดคือ Cosmic Black, Baby Pink และ Stellar White แต่ละสีดูเนียบและเข้ากันได้ดีกับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น สายเกิร์ลจะชอบ Baby Pink มากเป็นพิเศษ ส่วนใครชอบสไตล์เรียบโก้ก็ตัด Cosmic Black ไปได้เลย
ดีไซน์เบา แต่เสียงไม่ได้บางตามไปด้วย
ภายในตัวเครื่องบรรจุ 11 mm Custom Dynamic Driver ที่ให้เสียงคมชัดมีมิติเกินคาด ครอบคลุมช่วงความถี่ 20 Hz – 20 kHz รองรับ Codec SBC และ AAC และเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 6.0 ได้ไกลสูงสุด 10 เมตร



วัสดุตัวเครื่องและเคสชาร์จเป็น ABS + PC ทนทาน และที่สำคัญ ผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 วิ่งกลางสายฝน ลุยโรงยิม หรือเดินสายแอ็กทีฟทั้งวันก็ไม่มีปัญหา
โทรชัด ฟังสนุก ฟีเจอร์ครบในก้อนเดียว

ระบบ AI 4-Mic Calls พร้อม AI ENC คือฟีเจอร์ที่ทำให้การโทรผ่านสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่ายในทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะอยู่กลางห้างฯ บนรถไฟฟ้า หรือในที่คนพลุกพล่าน เสียงที่ส่งออกไปยังคู่สนทนาก็ยังคมชัด ไม่มีสะดุด นอกจากนั้นยังมีโหมด AI SuperBass 2.0 ไว้ให้สลับเปิด-ปิดได้ตามอารมณ์ อยากฟังเบสหนักก็เปิด อยากฟังเสียงตามธรรมชาติก็ปิด ง่ายและยืดหยุ่นมาก
แบตอึด ชาร์จไว ไม่มีสะดุดระหว่างวัน
ด้านพลังงานถือว่าประทับใจมากสำหรับราคานี้ เมื่อปิดโหมด SuperBass 2.0 ตัวหูฟังใช้งานได้ 11 ชั่วโมงต่อการชาร์จ และสามารถยืดเป็น 49 ชั่วโมง เมื่อรวมกับเคสชาร์จ หากเปิด SuperBass 2.0 ก็ยังได้ 8.5 ชั่วโมงต่อครั้ง และ 40 ชั่วโมงรวมเคส ชาร์จเต็มรอบใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง ผ่านพอร์ต USB Type-C ที่ตรงกับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในยุคนี้ ไม่ต้องหาสายใหม่ให้ยุ่งยาก

ราคาเริ่มต้นที่ใครก็เอื้อมถึง
Baseus Bowie MC2 Air วางจำหน่ายในราคา 1,599 บาท ครบทั้ง IP67, Bluetooth 6.0 และไมค์ AI 4 ตัว ถือว่าคุ้มค่ามากในระดับราคานี้ รับประกันสินค้า 12 เดือน หาซื้อได้แล้ววันนี้ผ่าน Shopee และ Lazada ทั้งช่อง Baseus Thailand และ Baseus Official Store
Baseus Bowie MC2 — เสียงระดับ Hi-Res สไตล์ที่ไม่มีใครเหมือน

พรีเมียมตั้งแต่แรกเห็น รู้สึกได้ตั้งแต่แรกใส่
ถ้า MC2 Air คือสายคุ้มค่า Baseus Bowie MC2 ก็คือสายพรีเมียมที่อัปเกรดทุกมิติ ดีไซน์ยังคงเป็น Open-Ear แต่ทรงตัวเครื่องและเคสชาร์จให้ความรู้สึกหนักแน่นและมีคุณภาพกว่าอย่างชัดเจน น้ำหนักอยู่ที่ 5.1 กรัมต่อข้าง หนักขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่แทบไม่รู้สึกเลย เพราะมาพร้อมระบบ CloudComfort 2.0 ซิลิโคนนุ่มพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงกดทับโดยเฉพาะ ใส่ได้ทั้งวันโดยไม่ปวดหู

เรื่องสีสันก็มีเสน่ห์ต่างออกไป มีให้เลือก 3 เฉดคือ Cosmic Black, Stellar White และ Deepsea Blue โดยสีน้ำเงิน Deepsea Blue ถือเป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้เลย ดูลึก ดูล้ำ และเข้ากับสมาร์ทโฟนโทนเข้มได้สวยมากจนหลายคนต้องหยุดถาม
เสียงที่ดีกว่า ในทุกรายละเอียดที่หูสัมผัสได้
นี่คือจุดที่ Baseus Bowie MC2 แสดงให้เห็นว่าทำไมราคาถึงต่างกัน ด้วย 11 mm Dynamic Driver ที่ยกระดับด้วย Hi-Res Audio with LDAC ช่วยถ่ายทอดเสียงได้ละเอียดและสมจริงกว่า Bluetooth ปกติมาก ช่วงความถี่เสียงขยายออกไปถึง 20 Hz – 40 kHz ทำให้ได้ยินทั้งเสียงแหลมที่คมชัดและเสียงต่ำที่หนักแน่นอย่างครบถ้วน รองรับ Codec SBC / AAC / LDAC ครบ และติดตั้ง SuperBass 3.0 พร้อมกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 เหมือนรุ่นน้อง

ฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกม ครบทุกโหมดในคู่เดียว
สำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนจริงจังด้านเสียง รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ครบ ฟีเจอร์ Hi-Res Audio ช่วยให้ฟังเพลงได้ละเอียดยิบในทุกช่วงความถี่ ขณะที่ 38 ms Low Latency ช่วยตัดดีเลย์เวลาดูหนังหรือเล่นเกมบนสมาร์ทโฟน ให้เสียงซิงค์กับภาพได้แม่นยำ ไม่มีหลุด ระบบ 4-Mic AI ENC ก็ยังดูแลคุณภาพการโทรได้ดีเหมือนเดิม และเมื่อไหร่ที่อยากสัมผัสเบสแบบจัดเต็ม ก็เปิด SuperBass 3.0 ได้เลย หนักและทรงพลังกว่า SuperBass 2.0 อย่างเห็นได้ชัด

แบตอึดสุดในคลาส ยืดได้ถึง 60 ชั่วโมง
แบตเตอรี่คือหนึ่งในไฮไลต์ที่แรงที่สุดของรุ่นนี้ ตัวหูฟังใช้งานได้ 13 ชั่วโมงต่อการชาร์จ และเมื่อรวมกับเคสชาร์จสามารถยืดออกไปได้ถึง 60 ชั่วโมง เดินทางยาว ทริปต่างประเทศ หรือทำงานต่อเนื่องหลายวัน ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดเลย และแม้จะเปิด Bass Boost ก็ยังได้ 11.5 ชั่วโมงต่อครั้ง และ 55 ชั่วโมงรวมเคส ชาร์จผ่านพอร์ต USB Type-C ใช้สายเดียวกับสมาร์ทโฟนได้เลย สะดวกมาก

ราคาพรีเมียม คุณภาพที่คุ้มทุกบาท
Baseus Bowie MC2 วางจำหน่ายในราคา 2,299 บาท พร้อม Hi-Res Audio, LDAC, SuperBass 3.0 และแบตอึดยาว 60 ชั่วโมง ถือว่าคุ้มค่ามากในระดับราคานี้ รับประกันสินค้า 12 เดือน เช่นกัน หาซื้อได้ผ่าน Shopee และ Lazada ทั้ง Baseus Thailand และ Baseus Official Store
ตัดสินใจง่ายๆ แค่รู้ว่าคุณต้องการอะไร

ทั้งสองรุ่นมาพร้อม Open-Ear Design, Bluetooth 6.0, กันน้ำ IP67 และไมค์ AI 4 ตัวเหมือนกัน รองรับสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ได้ครบ ความแตกต่างอยู่ที่ระดับเสียงและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ถ้าต้องการหูฟัง Open-Ear ที่เบา สวม สบาย ราคาเข้าถึงง่าย MC2 Air ที่ 1,599 บาท เป็นคำตอบที่ใช่ แต่ถ้าอยากได้ LDAC, Hi-Res Audio และแบตที่ยืดได้ถึง 60 ชั่วโมง MC2 ที่ 2,299 บาท ก็คุ้มค่าเต็มๆ ไม่มีข้อกังขา
เลือกตามการใช้งานจริงของคุณ แล้วสมาร์ทโฟนจะเสริมประสบการณ์ฟังของคุณได้อีกขั้นเลย Baseus Bowie MC2 Air & Baseus Bowie MC2 Open-Ear ใครบอกว่าหูฟังดีต้องราคาโหด