Reviews-Previews Smartphone

[เล่นแล้วเล่า] สัมผัสแรก “OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G” สมาร์ตโฟนอัปเกรดกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP พร้อมลูกเล่นใหม่ AI คอลลาจภาพและวิดีโอ

ถ้าให้พูดกันแบบไม่อ้อมค้อม ช่วงนี้ใครที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนสักเครื่องที่ถ่ายรูปสวย เล่นลูกเล่นสร้างสรรค์ได้สนุก แถมยังฉลาดเรื่อง AI คงต้องสะดุดตากับ OPPO Reno16 Series 5G กันบ้างแหละ

เพราะรอบนี้ OPPO จัดมาให้เลือกถึงสองรุ่นที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ นั่นคือ OPPO Reno16 5G ตัวท็อปสายครีเอเตอร์จัดเต็ม และ OPPO Reno16 F 5G สมาร์ตโฟนน้องใหม่ที่มาพร้อมแบตก้อนใหญ่กว่าและดีไซน์สะดุดตาในแบบของตัวเอง

OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G

แม้จะต่างรุ่นกัน แต่ทั้งสองยืนอยู่บนจุดร่วมเดียวกันคือดีไซน์ดวงดาว 3 มิติที่เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม กล้องที่อัดแน่น และ AI ที่ฉลาดจริงไม่ใช่แค่ขายฝัน

OPPO Reno16 5G

ส่วนใครจะเหมาะกับใครนั้น ตามมาอ่านกันต่อได้เลยครับ รับรองว่าอ่านเพลินไม่มีเบื่อ

และเมื่อสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ออกแบบมาเพื่อสายถ่ายภาพและสายครีเอเตอร์โดยเฉพาะ เราจึงขอเริ่มที่ “หัวใจ” ของเครื่องอย่างกล้องกันก่อนเลย

ถ้าจะให้บอกว่าหัวใจของ OPPO Reno16 5G อยู่ที่ไหน คำตอบก็คือกล้อง เพราะสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ออกแบบมาเพื่อสายถ่ายภาพและสายครีเอเตอร์โดยเฉพาะ ด้านหลังจัดมาให้ครบเครื่องด้วยกล้องสามตัวที่ล้วนให้ความละเอียด 50MP ทั้งหมด

กล้องสามตัวด้านหลัง

เริ่มจากกล้องหลักคมชัดพิเศษ 50MP เซ็นเซอร์ Sony LYT-600 ขนาด 1/1.95 นิ้ว เลนส์ 26mm รูรับแสง f/1.8 พร้อมกันสั่น OIS จากนั้นตามด้วยกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP (0.6x) เซ็นเซอร์ GC50F6 เลนส์ 16mm รูรับแสง f/2.0 ที่จับทุกมุมกว้างได้ครบ และปิดท้ายด้วยกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x มีสไตล์ 50MP เซ็นเซอร์ Samsung JN5 เลนส์ 80mm รูรับแสง f/2.8 พร้อม OIS

ภาพตัวอย่างกล้องหลังระยะ 1x, 2x และ 3.5x

กล้องพอร์ตเทรตตัวนี้โดดเด่นตรงที่ระยะเลนส์ใกล้เคียงกับเลนส์พอร์ตเทรตคลาสสิก 85mm ทำให้ละลายหลังได้สวยเนียนตา ช่วยขับเน้นตัวบุคคลโดดเด่น ถ่ายคนสวย สีผิวเป็นธรรมชาติ ใครชอบถ่ายแนวสตรีทก็แค่ถอยห่างประมาณ 2-3 เมตรแล้วเปิดซูม 3.5x ก็ได้ภาพพอร์ตเทรตสวย ๆ ที่ดึงฉากหลังเข้ามาใกล้ขึ้นได้โดยไม่เสียรายละเอียด

ภาพตัวอย่างกล้องหลังระยะ 1x, 2x และ 3.5x
ภาพตัวอย่างกล้องหลังระยะ 1x, 2x และ 3.5x

ด้านหน้าก็จัดเต็มด้วยกล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP เซนเซอร์ GC50F6 เลนส์ 18mm รูรับแสง f/2.0 พร้อม AF เก็บเพื่อนและวิวได้ครบในทุกเซลฟี่โดยไม่ต้องพึ่งไม้เซลฟี่ และยังรองรับวิดีโอกล้องหน้าพอร์ตเทรต 4K มุมกว้างพิเศษอีกด้วย

ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่) ระยะ 0.6x กับ 1x
ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่) ระยะ 0.6x กับ 1x
ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่) ระยะ 0.6x กับ 1x

ลูกเล่นถ่ายภาพอัจฉริยะที่ใส่มาแบบไม่กั๊ก…นอกจากฮาร์ดแวร์ที่แน่นแล้ว สิ่งที่ทำให้ OPPO Reno16 5G สนุกขึ้นอีกขั้นคือชุดเครื่องมือถ่ายภาพอัจฉริยะที่ใส่มา โดยเริ่มจากพระเอกอย่าง Pop Cam กล้องหลายสไตล์สุดป๊อป ที่ถูกรวมไว้ในแอปกล้องหลักเป็นโหมดใหม่ล่าสุด ยกมือถือขึ้นมาถ่ายแนวเรโทรสุดชิคได้ทันที

ทำให้เราสามารถแชร์ลงโซเชียลได้เลยโดยไม่ต้องแต่งภาพเพิ่ม รวม 9 สไตล์สุดคูลที่ยกฟีลลิงกล้องคลาสสิกมาไว้ในเครื่องเดียว ทั้งแนว Digicam, Instant Film, Light Leak รวมถึงโทนฟิล์มเอกลักษณ์อีก 5 สไตล์ ใช้งานได้เต็มรูปแบบทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังในทุกระยะซูมตั้งแต่ 0.6x ไปจนถึง 10x และยังทำงานร่วมกับ AI Flash Photography 3.0 เพื่อให้ผลลัพธ์ภาพสวยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ตัวอย่างภาพจาก Pop Cam ทั้ง 9 สไตล์
ตัวอย่างภาพจาก Pop Cam ทั้ง 9 สไตล์
ตัวอย่างภาพจาก Pop Cam ทั้ง 9 สไตล์
ตัวอย่างภาพจาก Pop Cam ทั้ง 9 สไตล์
ตัวอย่างภาพจาก Pop Cam ทั้ง 9 สไตล์
ตัวอย่างภาพจาก Pop Cam ทั้ง 9 สไตล์

ต่อด้วย AI Flash Photography 3.0 ที่ปรับระดับแสงแฟลชได้อัจฉริยะถึง 3 รูปแบบคือ Soft, Auto และ Contrast ทำให้เลือกสไตล์แสงให้เข้ากับทุกสถานการณ์ได้ง่ายดาย ไม่ว่าจะถ่ายในอาคาร ย้อนแสง หรือช่วงพระอาทิตย์ตก ภาพพอร์ตเทรตก็สว่างคมชัดทุกครั้ง

AI Portrait Glow
AI Portrait Glow
AI Portrait Glow
AI Portrait Glow

สายครีเอทีฟก็ต้องถูกใจ AI คอลลาจภาพและวิดีโอ ที่ช่วยคัทบุคคลหรือวัตถุจากรูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว (Motion Photo) และวิดีโอ เพื่อบันทึกเป็นสติกเกอร์ไว้ใช้ซ้ำได้ทันที รวมโมเมนต์หลาย ๆ อย่างไว้ในเฟรมเดียว

Motion Photo
Motion Photo

พร้อมตกแต่งได้ตามสไตล์ที่ชอบ ควบคู่กับ Popout 2.0 ที่เปลี่ยนรูปธรรมดาให้กลายเป็นภาพคอลลาจสุดชิคที่เด้งทะลุเฟรมออกมาได้ทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นตึก อาคาร เฟอร์นิเจอร์ หรือยานพาหนะก็ตรวจจับได้ทั้งหมด

AI คอลลาจ และ Popout 2.0
AI คอลลาจภาพและวิดีโอ
AI คอลลาจภาพและวิดีโอ
AI คอลลาจภาพและวิดีโอ
AI คอลลาจภาพและวิดีโอ
Popout
Popout + AI คอลลาจภาพและวิดีโอ

ด้านงานวิดีโอก็ไม่น้อยหน้ากัน ด้วยวิดีโอ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติที่รองรับการชดเชยการเอียงได้ถึง 5 องศา เดินถ่าย Vlog เร็วแค่ไหนเส้นขอบฟ้าก็ยังนิ่งสนิท สวยงามระดับภาพยนตร์โดยไม่ต้องพึ่งไม้กันสั่น

ตัวอย่างการถ่าย 4K มุมกว้างระยะ ระยะ 1x และ ระยะ0.6x
ตัวอย่างฟีเจอร์วิดีโอ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังมี Dual-View Video 2.0 ที่บันทึกสองมุมมองพร้อมกันจากกล้องหน้าและกล้องหลัง พร้อมระบบกันสั่นที่ดียิ่งขึ้นทั้งสองฝั่ง เหมาะมากสำหรับทำคลิปสอนทำอาหารหรือ Vlog ท่องเที่ยว

Dual-View Video 2.0

และปิดท้ายด้วย AI Eraser 2.0 ที่ลบคนหรือสิ่งของออกจากภาพได้ง่ายดาย

AI Eraser ลบสิ่งรบกวนออกจากภาพ

และถ้าพูดถึงเรื่องกล้องแล้ว จะไม่พูดถึง OPPO Bubble ก็คงไม่ครบ เพราะไอเทมชิ้นนี้คือตัวเชื่อมระหว่างกล้องชั้นดีกับประสบการณ์ถ่ายภาพที่สนุกขึ้นอีกขั้น

OPPO Bubble คือตัวช่วยเซลฟี่กล้องหลังสุดเทรนดี้ที่มาพร้อมหน้าจอเสริมขนาดพกพา ตัวเครื่องบางเบาพิเศษ น้ำหนักเบาเหมือนป้ายหรือเข็มกลัด เพียงแค่แนบหลังโทรศัพท์ก็เซลฟี่ด้วยกล้องหลังได้ทันที

OPPO Bubble

เมื่อเชื่อมต่อแล้ว OPPO Bubble จะแสดงตัวอย่างภาพจากกล้องหลังแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณมองเห็นท่าทางและจัดองค์ประกอบภาพของตัวเองได้ในขณะที่มีคนอื่นกำลังถ่ายให้

OPPO Bubble

และนอกจากนี้ยังถือไว้ในมือแล้วใช้เป็นรีโมทชัตเตอร์ได้จากระยะไกลสูงสุดถึง 10 เมตรผ่านบลูทูธ รองรับระดับการซูม 4 ระดับ ได้แก่ 0.6x, 1x, 2x และ 3.5x พร้อมตั้งเวลาและสลับโหมดได้ครบทั้งภาพนิ่ง วิดีโอ และพอร์ตเทรต

ตัวอย่างการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ

สำหรับการถ่ายภาพกลุ่ม แค่ติดตั้ง OPPO Bubble ส่งโทรศัพท์ให้เพื่อนแล้วเดินถอยกลับมา เช็กสีหน้าและมุมภาพของทุกคนผ่าน OPPO Bubble พอพร้อมก็แตะถ่ายได้เลย

ตัวอย่างการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ

สำหรับถ่ายเดี่ยวมุมสร้างสรรค์ ก็วางโทรศัพท์บนขาตั้งเล็ก ๆ ติด OPPO Bubble แล้วเดินเข้าเฟรม มองเห็นตัวเองชัดและกดชัตเตอร์จากระยะไกลได้ทันที ส่วนสาย Vlog ก็ใช้ OPPO Bubble เหมือนกระจกเงา ช่วยให้สบตากับกล้องหลังได้ตลอดเวลา

ตัวอย่างการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ

และที่เก๋กว่านั้น หน้าจอบน OPPO Bubble ยังเปลี่ยนด้านหลังตัวเครื่องให้กลายเป็นบิลบอร์ดส่วนตัวที่ปรับเปลี่ยนได้ตามอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพนิ่ง วิดีโอสั้นความยาวสูงสุด 5 วินาที หรือข้อความ DIY และยังมี Interactive Pets ให้เลือกตกแต่งได้ตามสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นไอดอลในคอนเสิร์ต มีมบอกอารมณ์ สัตว์เลี้ยงโต้ตอบ หรือภาพถ่ายที่ดีที่สุดของคุณ แบตเตอรีก็ใช้งานได้นานถึง 49.7 ชั่วโมงในโหมดภาพนิ่ง และ 7.8 ชั่วโมงในโหมดแสดงตัวอย่างแบบเรียลไทม์

OPPO Bubble
OPPO Bubble
บับเบิล
เคสบับเบิลสีเงิน

เปิดกล่อง OPPO Reno16 5G ครั้งแรก ฟีลพรีเมียมสัมผัสได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ยกฝากล่องขึ้น พอยกตัวเครื่องออกมา สิ่งแรกที่อยากทำทันทีคือพลิกฝาหลังเล่นกับแสง เพราะดีไซน์ดวงดาว 3 มิติสวยจนวางไม่ลงจริง ๆ บอกเลยว่าสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ไม่ได้มาแค่ตัวเครื่อง แต่มาพร้อมระบบนิเวศที่ครบครันตั้งแต่วันแรกที่แกะกล่อง

OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G

แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกพิเศษยิ่งกว่านั้นคือไอเทมเสริมสุดเก๋อย่าง OPPO Bubble ตัวช่วยถ่ายภาพขนาดพกพาสุดเทรนดี้ที่เปลี่ยนการถ่ายรูปให้สนุกขึ้นอีกขั้น เรียกได้ว่าสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ไม่ได้มาแค่ตัวเครื่อง นอกจากนั้นยังมีสายชาร์จและอะแดปเตอร์ชาร์จไว 80W SUPERVOOC ที่พร้อมใช้งานได้ทันที เรียกได้ว่าเปิดกล่องมาก็พร้อมลุยได้เลยโดยไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่ม

OPPO Reno16 5G
ภาพอุปกรณ์ภายในกล่อง Reno16 5G

ดีไซน์คือสิ่งที่ทำให้ OPPO Reno16 5G โดดเด่นไม่เหมือนใครจริง ๆ ไฮไลต์หลักของฝาหลังคือดีไซน์ดวงดาว 3 มิติที่เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม ลอยเด่นอยู่เหนือฝาหลังอย่างมีมิติ พร้อมทอดเงาจริงที่ขยับตามแสงรอบตัวคุณ

ฝาหลังดีไซน์ดวงดาว 3 มิติ และการทอดเงาตามแสง

สิ่งที่น่าทึ่งคือมันไม่ใช่สติกเกอร์ ไม่ใช่ลายพิมพ์ และไม่ใช่ภาพลวงตา หากแต่เป็นลวดลายที่ลอยเด่นสมจริงเพียงไม่กี่มิลลิเมตร โดยมิติของเงาจะเปลี่ยนตามมุมมองอย่างเป็นธรรมชาติ และภาพก็ยังลึกคมชัดสมจริงจากทุกองศา

ฝาหลังดีไซน์ดวงดาว 3 มิติ
ฝาหลังดีไซน์ดวงดาว 3 มิติ

เบื้องหลังความสวยทั้งหมดนี้คือเทคโนโลยีภาพ 3 มิติเสมือนจริงที่เกิดจากการซ้อนทับกันของโครงสร้าง 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นลวดลายกราฟิก ชั้นฐานรองรับ และชั้นไมโครเลนส์ โดยภายใต้ฝาหลังมีเลนส์ขนาดจิ๋วนับล้านชิ้นทำงานร่วมกันเหมือนเครื่องฉายภาพขนาดเล็ก และเมื่อแสงตกกระทบ ภาพดวงดาว 3 มิติก็จะปรากฏด้วยตาเปล่า

ฝาหลังดีไซน์ดวงดาว 3 มิติ

โดยเห็นเป็นมิติตื้นลึกหนาบางต่างระดับกันตั้งแต่ 5 มม. ถึง 15 มม. เหนือพื้นผิวฝาหลัง ในด้านสีสันนั้น ตัวเครื่องมาให้เลือกถึง 3 สี ทั้ง สีขาว ฝาหลังกระจกสะอาดตา, สีม่วงเข้ม และ สีม่วง ที่ใช้วัสดุคอมโพสิตพิเศษมอบผิวสัมผัสพรีเมียมเรียบหรู

สำหรับในบทความนี้เราได้พระเอกอย่างสีขาว Pop White มาลองเล่นกัน ของจริงภาพดวงดาว 3 มิติสวยมาก

เมื่อพลิกมาด้านหน้า OPPO Reno16 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ยืดหยุ่นขนาด 6.32 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1216 (460 PPI) ที่จับถนัดใช้งานง่ายในมือเดียวแต่ยังคงกว้างเต็มตา หน้าจอรองรับอัตรารีเฟรชอัจฉริยะสูงสุด 120Hz ไถลื่นไหล ภาพเคลื่อนไหวคมชัด พร้อมปรับรีเฟรชเรตอัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงานเมื่อไม่ต้องการความเร็วสูง

หน้าจอ AMOLED 6.32 นิ้ว และกรอบตัวเครื่องรอบด้าน

นอกจากนี้ยังให้ความสว่างสูงสุด Peak 3600 nits รองรับความลึกสี 10-bit และระบบ DC Dimming กับ PWM Dimming ช่วยถนอมสายตาได้ดี ส่วนกรอบตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมเกรดอากาศยานที่บางเบาแต่แข็งแกร่ง พร้อมดีไซน์ชิ้นเดียวไร้รอยต่อที่ผสานฝาหลังได้อย่างเรียบเนียนสวยงาม

หน้าจอ AMOLED 6.32 นิ้ว และกรอบตัวเครื่องรอบด้าน

มาถึงเรื่องเครื่องแรง ๆ กันบ้าง OPPO Reno16 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4 Mobile (4nm) ที่ทำงานร่วมกับ AI HyperBoost 3.0 ของ OPPO เพื่อจัดการภาระงาน CPU และ GPU อย่างอัจฉริยะ มาในตัวเลือก 12+256GB และ 8+256GB ซึ่งไม่ว่าจะเล่นเกมอย่าง MLBB, PUBG หรือ BGMI ก็ทำได้ยาวนาน เฟรมเรตลื่นสม่ำเสมอและคุมความร้อนได้ดี รวมถึงยังมีฟีเจอร์จับภาพการเล่นเกม 2.0 ที่บันทึกช็อตเด็ดได้ในทันที

ColorOS 16 และชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4

ส่วนเรื่องสัญญาณนั้น AI LinkBoost 4.0 จะช่วยเพิ่มความแรงให้กับสัญญาณที่อ่อน พร้อมสลับเครือข่ายอัจฉริยะ ทำให้แม้จะอยู่ในที่คนหนาแน่นอย่างคอนเสิร์ตหรือร้านกาแฟ การเชื่อมต่อก็ยังเสถียรเหมือนเดิม

ทดสอบเล่นเกม
ทดสอบเล่นเกม
หน้าจอแสดงผล

หัวใจซอฟต์แวร์ของ Reno16 5G คือ ColorOS 16 ใหม่ล่าสุด ที่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ AI ที่ออกแบบมาเพื่อชีวิตจริง นอกจากนี้ยังรองรับการอัปเดต ColorOS ถึง 5 เวอร์ชัน พร้อม Security Update นานถึง 6 ปี ทำให้ใช้งานได้อุ่นใจยาว ๆ

ColorOS 16 ใหม่ล่าสุด

พระเอกหลักของ ColorOS 16 คือ AI Mind Space ศูนย์รวมความจำส่วนตัว เพียงกดปุ่ม AI Snap Key หนึ่งครั้งหรือปัดสามนิ้วขึ้น ก็แคปเจอร์สิ่งที่อยู่บนหน้าจอได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นบทความ ตารางงาน รูปภาพ หรือข้อความ เพราะ AI จะจัดเก็บข้อมูลเบื้องหลังโดยอัตโนมัติ

ฟีเจอร์ AI Mind Space

และที่พิเศษคือ AI Snap Key ยังเป็นปุ่มกายภาพด้านข้างเครื่องที่มาเป็นครั้งแรกใน OPPO Reno Series ปรับแต่งการใช้งานได้อิสระ จะตั้งเป็นกล้อง ไฟฉาย หรือเครื่องมือแปลภาษาก็ทำได้

AI Snap Key

ยังมี AI Mind Pilot ที่ผสานโมเดล AI ชั้นนำอย่าง Google Gemini, Perplexity และ ChatGPT เข้าด้วยกัน ส่งคำถามไปยังหลายโมเดลพร้อมกันเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์แบบเคียงข้างกันในพื้นที่เดียว

AI Mind Pilot

สำหรับสายเที่ยวต่างประเทศต้องชอบ AI Menu Translation ที่แสดงคำอธิบายเมนูพร้อมภาพประกอบ บอกทั้งส่วนผสมหลัก วิธีปรุง และข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร พร้อมแปลงราคาเป็นสกุลเงินท้องถิ่นให้อัตโนมัติ

ฝั่งจัดการเอกสารก็มี AI Scan ที่ตรวจจับและบันทึกหน้าเอกสารได้ภายในไม่ถึงสามวินาที ลบเงาและแสงสะท้อน ส่งออกเป็น PDF, Word หรือรูปภาพ ตามด้วย AI Extract ที่ดึงข้อความและตารางออกมาแก้ไขได้ทันที และ AI Bill Manager ที่จดจำบันทึกธุรกรรมหลังชำระเงินดิจิทัล สรุปเป็นแดชบอร์ดดูค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ง่ายดาย

AI Bill Manager

ด้านการเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ Touch to Share ช่วยย้ายไฟล์ระหว่าง OPPO กับ iOS หรือ iPadOS ได้ง่าย ๆ ขณะที่ O+ Connect เชื่อมต่อกับ Mac หรือ Windows เพื่อจัดการไฟล์ สะท้อนหน้าจอ และควบคุม PC ระยะไกลได้อย่างลื่นมือ

ฟีเจอร์ O+ Connect

อีกทั้งยังมี Audio Sharing ที่ให้หูฟังบลูทูธสองคู่จากแบรนด์ใดก็ได้เชื่อมต่อพร้อมกันในเครื่องเดียว โดยพร้อมใช้งานผ่านการอัปเดต OTA ในเดือนกรกฎาคม 2026

OPPO Reno16 5G มาพร้อมแบตเตอรีขนาดใหญ่ 6,700mAh แบบ Silicon-Carbon ที่ให้ความจุสูงในตัวเครื่องที่ยังบางเบา (Rated Capacity 6,490mAh) และเมื่อจับคู่กับชาร์จไว 80W SUPERVOOC ก็ยิ่งเติมพลังได้รวดเร็วทันใจ

แบตเตอรี 6,700mAh และการชาร์จ 80W SUPERVOOC

เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ใช้งานหนักทั้งวัน ไม่ว่าจะถ่ายรูป เล่นเกม หรือทำคอนเทนต์ โดยไม่ต้องลุ้นว่าแบตจะหมดกลางทาง

ภาพอุปกรณ์ภายในกล่อง OPPO Reno16 F 5G

และเพื่อให้ใช้งานได้มั่นใจในทุกสถานการณ์ ตัวเครื่องยังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP69K, IP69, IP68 และ IP66 อีกด้วย

เปิดกล่อง OPPO Reno16 F 5G มาก็สัมผัสได้ทันทีว่านี่คือสมาร์ตโฟนที่ออกแบบมาเพื่อคนยุคใหม่โดยเฉพาะ พอยกตัวเครื่องออกมา สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาคือฝาหลังที่เล่นแสงสวยงามด้วยดีไซน์ดวงดาวที่เด่นขึ้นมาอย่างมีมิติ จับถือแล้วรู้สึกบางเบาและพรีเมียมเกินราคา สีสันแต่ละสีก็มีเสน่ห์ต่างกันไป สีขาว ดูสะอาดสะอ้าน สีม่วงเข้ม สุดเท่ ส่วน สีม่วง นั้นหวานละมุนและเปลี่ยนเฉดสีตามแสงรอบตัวอย่างละเอียดอ่อน ดูพรีเมียมกว่าที่ราคาบอกไว้มาก

OPPO Reno16 F 5G

เรื่องกล้อง OPPO Reno16 F 5G ก็จัดเต็มเหมือนเติม มอบประสบการณ์การถ่ายภาพด้วยกล้องหลักคมชัดพิเศษ 50MP อัปเกรดกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x ถ่ายคนสวย สีผิวเป็นธรรมชาติ 

กล้องด้านหลังและกล้องเซลฟี่ Reno16 F 5G

บอกเลยว่ากล้อง 50MP ละลายหลังเนียนตา ระยะเลนส์ใกล้เคียงกับเลนส์พอร์ตเทรตคลาสสิก 85mm เหมาะสำหรับถ่ายภาพครึ่งตัวให้สวยปัง และกล้องมุมกว้างพิเศษ 8MP สำหรับจับทุกมุมมองได้ครบ

ตัวอย่างภาพ 1x, 2x และ 3.5x
ตัวอย่างภาพ 1x, 2x และ 3.5x

ต่อกันที่กล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP (0.6x) ที่ออกแบบมาเพื่อสายเซลฟี่โดยเฉพาะ เก็บเพื่อนและวิวได้ครบในทุกเซลฟี่โดยไม่ต้องพึ่งไม้เซลฟี่ ถ่ายรูปกลุ่มก็ไม่มีใครหลุดเฟรม ไปเที่ยวไหนก็เซลฟี่ได้ทั้งคนและวิวในช็อตเดียว

ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่) ระยะ 0.6x กับ 1x
ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่)
ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่)

นอกจากนี้ยังรองรับวิดีโอกล้องหน้าพอร์ตเทรต 4K มุมกว้างพิเศษ ขอบภาพยืดขยายอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ภาพดูโดดเด่นสวยปัง

ในด้านลูกเล่นถ่ายภาพ OPPO Reno16 F 5G มาครบเหมือน Reno16 5G ทุกประการ ทั้ง Pop Cam 9 สไตล์คลาสสิก, AI Flash Photography 3.0, Popout 2.0, วิดีโอ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ, Dual-View Video 2.0 และ AI Portrait Glow กับ AI Eraser 2.0

ตัวอย่าง AI คอลลาจ

สำหรับในส่วนของ AI คอลลาจ ในรุ่น OPPO Reno16 F 5G เองนั้นก็รองรับการคอลลาจภาพ รวมหลายโมเมนต์ไว้ในเฟรมเดียวพร้อมตกแต่งสติกเกอร์ได้ตามสไตล์ ถือว่าได้ลูกเล่นสร้างสรรค์ครบจบในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องอิจฉา OPPO Reno16 5G แม้แต่นิดเดียว

ตัวอย่างภาพ Pop Cam 9 สไตล์คลาสสิก
ตัวอย่างภาพ Pop Cam 9 สไตล์คลาสสิก
ตัวอย่างภาพ Pop Cam 9 สไตล์คลาสสิก
AI Portrait Glow
AI Eraser ลบสิ่งรบกวนออกจากภาพ

ปิดท้ายเรื่องกล้องกันด้วยตัวอย่างภาพถ่ายในสภาวะแสงต่างๆ

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลังตัวหลัก
ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลังตัวหลัก
ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลังตัวหลัก
ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลังตัวหลัก
ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลังตัวหลัก

OPPO Reno16 F 5G มาพร้อมดีไซน์ดวงดาว 3 มิติที่เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมเช่นกัน ลอยเด่นเหนือฝาหลังอย่างมีมิติ พร้อมทอดเงาจริงที่ขยับตามแสง มองจากทุกองศาก็ยังสวยและมีมิติ ตื้นลึกหนาบางต่างระดับกันตั้งแต่ 5 มม. ถึง 15 มม. เหนือพื้นผิวฝาหลัง ดีไซน์ชิ้นเดียวสุดเรียบหรูผสานตัวเครื่องได้อย่างไร้รอยต่อ บางเบา แข็งแรง และประณีต

อุปกรณ์ภายในกล่อง OPPO Reno16 F 5G
OPPO Reno16 F 5G

มาในสามสีให้เลือกตามสไตล์ที่ใช่ ทั้ง Pop White สีขาวสะอาดตา Twilight Violet สีม่วงเข้มสุดเท่ และ Dream Purple สีม่วงหวานละมุน เปลี่ยนเฉดสีตามแสงอย่างสวยงาม ให้ความรู้สึกพรีเมียมทุกครั้งที่มองดู

OPPO Reno16 F 5G

พลิกมาด้านหน้า มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ยืดหยุ่นขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080×2372) กว้างกว่า Reno16 5G เล็กน้อย ทำให้ดูหนัง เล่นเกม และสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้อิ่มตากว่าเดิม

หน้าจอ AMOLED 6.57 นิ้ว

หน้าจอปรับอัจฉริยะ 120Hz ช่วยให้การเลื่อนหน้าจอลื่นไหล พร้อมปรับอัตรารีเฟรช 60/90/120Hz อัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงานเมื่อไม่ต้องการความเร็วสูง

หน้าจอ AMOLED 6.57 นิ้ว

OPPO Reno16 F 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300 ทำงานร่วมกับ AI HyperBoost 3.0 จัดการ CPU และ GPU ให้ลื่นไหลตลอดเวลา รองรับอัตรารีเฟรช 120Hz เล่นเกม MLBB ได้สนุกไม่มีกระตุก AI LinkBoost 4.0 ช่วยเพิ่มความแรงให้สัญญาณที่อ่อนและปรับเปลี่ยนตามสถานที่ที่ไปบ่อย

ColorOS 16 และชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300

การเชื่อมต่อเสถียรไม่มีสะดุดแม้ในพื้นที่คนหนาแน่น และมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP69K, IP69, IP68 และ IP66 เหมือนกับ OPPO Reno16 5G ทุกประการ

OPPO Reno16 F 5G
OPPO Reno16 F 5G

ColorOS 16 บน Reno16 F 5G ก็มาครบชุดไม่ต่างกัน ตั้งแต่ AI Mind Space, AI Snap Key, AI Mind Pilot ที่รวม Gemini, Perplexity และ ChatGPT ไว้ด้วยกัน ไปจนถึง AI Menu Translation, AI Scan, AI Extract, AI Bill Manager รวมถึง Touch to Share, O+ Connect และ Audio Sharing รองรับอัปเดต ColorOS 5 เวอร์ชัน พร้อม Security Update 6 ปีเหมือนกันทุกอย่าง

ColorOS 16
AI Snap Key

จุดที่ OPPO Reno16 F 5G เหนือกว่าพี่ใหญ่อย่างชัดเจนคือเรื่องแบตเตอรี โดยมาพร้อมแบตเตอรีขนาดใหญ่ 7,000mAh (Rated Capacity 6,850mAh) ซึ่งใครที่เน้นใช้สมาร์ตโฟนทั้งวันโดยไม่อยากกังวลเรื่องแบตหมดกลางวัน

ชาร์จไว 80W SUPERVOOC

รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และเมื่อจับคู่กับชาร์จไว 80W SUPERVOOC ที่เติมพลังได้รวดเร็วทันใจ ก็ยิ่งครบทุกอย่างที่ต้องการในสมาร์ตโฟนสายอึดสายครีเอเตอร์

OPPO Reno16 F 5G

และด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP69K, IP69, IP68 และ IP66 เหมือนพี่ใหญ่ ก็ยิ่งทำให้ใช้งานได้มั่นใจในทุกสถานการณ์

หลังจากได้สัมผัสทั้ง OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G อย่างละเอียดแล้ว ต้องบอกตรง ๆ ว่าทั้งคู่คือสมาร์ตโฟนที่ออกแบบมาสำหรับสายเทรนดี้ และนี้คืออีกหนึ่งสมาร์ตโฟนที่ถ่ายคนได้สวย สีผิวธรรมชาติ ดีไซน์ดวงดาว 3 มิติที่เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมนั้นสวยจริงไม่ใช่แค่กิมมิก ลูกเล่น AI อย่าง Pop Cam, AI คอลลาจ และ Popout 2.0 ก็ทำให้การถ่ายรูปกลายเป็นเรื่องสนุกจริง ๆ ส่วน ColorOS 16 ที่รองรับอัปเดต 5 เวอร์ชันพร้อม Security Update 6 ปี ก็ช่วยให้วางใจเรื่องอายุการใช้งานในระยะยาว

OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G

ถ้าถามว่าเลือกรุ่นไหนดี ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคนครับ หากอยากได้สมาร์ตโฟนที่ประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมกล้องสามตัว 50MP ครบทั้งหลัก มุมกว้าง และพอร์ตเทรต OPPO Reno16 5G คือคำตอบที่ลงตัว แต่ถ้าต้องการสมาร์ตโฟนที่อึดทนกว่าด้วยแบตเตอรี 7,000mAh หน้าจอกว้างขึ้น และกล้องเซลฟี่มุมกว้าง 50MP ที่เป็นจุดเด่นโดดเด่นเฉพาะตัว OPPO Reno16 F 5G ก็ตอบโจทย์ได้ดีมาก เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหน ก็ไม่มีทางผิดหวังแน่นอนครับ

OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย OPPO ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม โดย Reno16 5G เริ่มต้นที่รุ่น 8+256GB ราคา 19,999 บาท และรุ่นท็อป 12+256GB ราคา 22,999 บาท

ส่วนน้องเล็กอย่าง OPPO Reno16 F 5G เริ่มที่รุ่น 8+128GB ราคา 15,999 บาท และรุ่น 8+256GB ราคา 16,999 บาท สำหรับใครที่อยากได้ตัวแรงสุดในซีรีส์ Reno16 Pro 5G รุ่น 12+256GB ก็มาที่ราคา 29,999 บาท และถ้าอยากเสริมความสนุกในการถ่ายภาพ ไอเทมอย่าง OPPO Bubble ก็มีแยกจำหน่ายที่ราคา 2,999 บาท

พิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งจอง OPPO Reno16 Pro 5G ในช่วงพรีออเดอร์ รับฟรี Reno16 Pro 5G | SHEEP สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จำนวนจำกัด ซึ่งประกอบด้วย SHEEP MOMOREI Phone Case Set และ SHEEP MOMOREI Phone Grip

เคสบับเบิลสีเงิน
SHEEP MOMOREI Phone Case Set + SHEEP MOMOREI Phone Grip

โดยทั้งสองไอเท็มได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ OPPO Reno16 Pro 5G เท่านั้น เพื่อมอบประสบการณ์ที่ผสานทั้งเทคโนโลยี ความสนุก และแฟชั่นไว้ในหนึ่งเดียว เติมเต็มความน่ารักและความเป็นตัวเองให้สมาร์ตโฟนคู่ใจของคุณได้อย่างมีสไตล์

*ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด สำหรับรายละเอียดราคาและโปรโมชันพิเศษ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ OPPO Thailand และเพจทางการ

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
แกะกล่องพิสูจน์ “Infinix GT 20 Pro 5G” สมาร์ทโฟนเกมมิ่งที่คอเกมไม่ควรพลาด
แกะกล่องรีวิว “realme C71” สมาร์ทโฟนสายแกร่ง แบตอึด 6300mAh ในราคาที่เข้าถึงได้
รีวิว “HONOR X7d 5G” สมาร์ทโฟน ถึก ทน คุ้ม คุณภาพดี ในงบ 6,000 บาท

Leave Your Reply

*