ทุกวันนี้ตลาดสมาร์ตวอทช์แข่งกันดุเดือดขึ้นทุกปี และผู้ใช้เองก็ไม่ได้มองหาแค่ฟีเจอร์ที่อัดมาเยอะ ๆ อีกต่อไป เพราะคนรุ่นใหม่อยากได้อุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริงและใส่แล้วดูดีในเรือนเดียวกัน
นี่จึงเป็นช่องว่างที่ Xiaomi Watch S5 46mm ตั้งใจเข้ามาเติมเต็มพอดี เพราะภายใต้สโลแกน Your style, on time เรือนนี้วางตัวเองไว้มากกว่าการเป็นอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ แต่ตั้งใจเป็นเครื่องประดับข้อมือที่จับคู่กับสมาร์ตโฟนของคุณได้อย่างลงตัว
ก่อนจะลงลึกในรายละเอียด ลองมาดูภาพรวมจุดขายที่ Xiaomi ชูขึ้นมากันก่อน โดยเรือนนี้เปิดตัวด้วยหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.48 นิ้วขอบบางเป็นพิเศษ มาพร้อมดีไซน์ประณีตและกรอบสแตนเลสสตีลระดับพรีเมียม

ส่วนจุดที่หลายคนน่าจะสนใจที่สุดคงหนีไม่พ้นแบตเตอรี่ที่อึดถึง 21 วัน ขณะที่ระบบนำทางก็ยกระดับขึ้นเป็น GNSS รองรับ 2 ย่านความถี่และ 5 ระบบดาวเทียม และยังเสริมด้วยระบบวัดอัตราการเต้นหัวใจกับการติดตามการนอนหลับที่พัฒนาขึ้นใหม่ เกริ่นมาถึงตรงนี้แล้ว เราไปแกะกล่องดูของจริงกันเลยดีกว่าครับ

บางเบาจนแทบลืม สีสันจัดเต็มเอาใจสายแฟชั่น
สิ่งแรกที่สัมผัสได้ตั้งแต่หยิบขึ้นมาคือความพรีเมียมแต่เบา เพราะ Xiaomi Watch S5 46mm ออกแบบมาเพื่อคนที่มองหาความลงตัวระหว่างความสวยงามกับความสบายในชีวิตประจำวัน แม้ตัวเรือนจะมีขนาด 46 มม. แต่ก็รีดความหนาให้เหลือเพียง 10.99 มม. และมีน้ำหนักแค่ 46 กรัมเมื่อไม่รวมสาย จึงสวมใส่ได้สบายข้อมือตลอดทั้งวันแบบแทบลืมไปว่าใส่อยู่ ยิ่งกรอบตัวเรือนเลือกใช้สแตนเลสสตีลด้วยแล้ว ก็ยิ่งเสริมทั้งความทนทานและสัมผัสที่หรูหราขึ้นไปอีกขั้น


แต่ไฮไลต์ที่สายแฟชั่นน่าจะถูกใจเป็นพิเศษคือเรื่องสีสัน เพราะมีให้เลือกมากถึง 4 สี ทั้ง Black, Silver, Ceramic Blue และ Jungle Green ที่น่าสนใจคือแต่ละสียังจับคู่สายมาให้แตกต่างกันไป โดยรุ่น Black และ Silver มาพร้อมสายฟลูออโรรับเบอร์ที่ดูสปอร์ต ส่วนรุ่น Ceramic Blue ได้สายหนังแท้สีน้ำเงินที่ดูภูมิฐาน



ขณะที่ Jungle Green เอาใจคนชอบลุคแอ็กทีฟด้วยสายฟลูออโรรับเบอร์สีเขียวที่มาคู่กับสายถักไนลอน และถ้ายังไม่จุใจ ก็ยังเลือกขอบหน้าปัดระดับพรีเมียมได้อีกหลายแบบ ตั้งแต่สแตนเลสสตีล เซรามิก ไปจนถึงคาร์บอนไฟเบอร์แบบฟอร์จ ทั้งหมดนี้จึงช่วยให้คุณปรับสไตล์ได้อิสระตามแต่ละโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงาน ออกกำลังกาย หรือใช้ในชีวิตประจำวัน

จอสว่างอ่านง่ายกลางแดด แบตอึดข้ามสัปดาห์
เมื่อเปิดมาดูที่หัวใจของการใช้งาน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.48 นิ้วแบบใหม่ ความละเอียด 480 x 480 พิกเซลที่ 323 PPI ซึ่งมอบพื้นที่แสดงผลกว้างขึ้น ทำให้มองเห็นข้อมูลได้รวดเร็วและชัดเจน แต่จุดที่น่าประทับใจกว่านั้นคือความสว่างสูงสุดถึง 2,500 nits และ 1,500 nits ในโหมด High Brightness Mode ด้วยตัวเลขระดับนี้ หน้าจอจึงยังคมชัดและอ่านง่ายแม้อยู่กลางแสงแดดโดยตรง ใครที่ชอบใช้งานกลางแจ้งหรือออกกำลังกายตอนกลางวันจึงสบายใจได้เลย

มาถึงอีกหนึ่งพระเอกของเรือนนี้อย่างแบตเตอรี่ ที่มาพร้อมความจุสูงถึง 815mAh ซึ่งเพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า จึงใช้งานได้นานสูงสุดถึง 21 วันในการใช้งานแบบเบา นั่นหมายความว่าคุณจะติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องคอยพะวงเรื่องชาร์จบ่อย ๆ และเมื่อถึงคราวต้องเติมพลังจริง ๆ ก็ยังทำได้สะดวกด้วยระบบชาร์จแบบแม่เหล็ก นอกจากนี้ตัวเรือนยังผ่านมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM ที่เทียบเท่าความลึก 50 เมตร จึงสวมใส่ว่ายน้ำในสระหรือทำกิจกรรมในน้ำตื้นได้แบบไม่ต้องกังวล
ครบเครื่องทั้งสุขภาพ กีฬา และการเชื่อมต่อ
มาถึงส่วนที่ Xiaomi อัดมาแบบจัดเต็มที่สุด เริ่มจากของใหม่อย่าง Passion Mode ที่เปิดตัวบนสมาร์ตวอทช์เป็นครั้งแรก ความเจ๋งของมันคือสามารถตรวจจับท่าทางการเชียร์ ไม่ว่าจะเป็นการปรบมือ การแกว่งแขน หรือการกำหมัด แล้วแปลงการเคลื่อนไหวเหล่านั้นให้กลายเป็นข้อมูลที่วัดผลได้ ทั้งอัตราการเต้นหัวใจ แคลอรีที่เผาผลาญ และจำนวนครั้งของการเชียร์ ช่วงเวลาสนุก ๆ จึงกลายเป็นข้อมูลที่ติดตามและแชร์ได้ และนอกเหนือจากโหมดพิเศษนี้ เรือนนี้ยังรองรับโหมดกีฬามากกว่า 150 โหมด ครอบคลุมตั้งแต่กิจกรรมในชีวิตประจำวันไปจนถึงการฝึกซ้อมแบบเข้มข้น

เมื่อพูดถึงเรื่องความแม่นยำ ก็ถือเป็นอีกจุดที่อัปเกรดขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบ 4 LED + 4 PD ทำงานร่วมกับอัลกอริทึมที่พัฒนาใหม่ จนช่วยเพิ่มความแม่นยำได้ถึง 98.4% เช่นเดียวกับด้านการระบุตำแหน่งที่ได้ระบบ GNSS รองรับ 2 ย่านความถี่และ 5 ระบบดาวเทียม จึงติดตามเส้นทางได้เที่ยงตรงแม้ในเมืองที่ตึกสูงซับซ้อน ส่วนสายปั่นจักรยานก็ไม่ถูกมองข้าม เพราะสามารถเปลี่ยนสมาร์ตโฟนที่เชื่อมต่อให้กลายเป็นแดชบอร์ดเรียลไทม์ที่แสดงข้อมูลจากนาฬิกาได้ อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องวัดกำลังหรือ power meter แบบบลูทูธภายนอกได้อีกด้วย

สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน ระบบติดตามการนอนหลับก็ได้รับการพัฒนาขึ้นเช่นกัน โดยอัลกอริทึมใหม่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับระยะการนอนหลับขึ้น 14% พร้อมเพิ่มการติดตามค่า HRV ระหว่างการนอน และยังสรุปออกมาเป็นรายงานการนอนหลับทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน ที่สำคัญคือข้อมูลเหล่านี้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เพราะพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนระดับโลกอย่าง World Sleep Society และ Asian Society of Sleep Medicine

ขณะที่ในแง่การเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย Bluetooth 5.4 และ NFC สำหรับใช้งานคู่กับสมาร์ตโฟนในชีวิตประจำวัน ปิดท้ายด้วยเซนเซอร์ภายในที่จัดเต็มทั้งการวัดออกซิเจนในเลือด ไจโรสโคป เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์ และเซนเซอร์วัดความกดอากาศ


ราคาเปิดตัวที่เข้าถึงง่าย คุ้มค่าน่าเป็นเจ้าของ
มาถึงเรื่องที่หลายคนรอคอยอย่างราคา โดย Xiaomi Watch S5 46mm วางจำหน่ายแล้ววันนี้ และแบ่งออกเป็น 2 ระดับราคาตามวัสดุของสาย เริ่มจากรุ่นสาย Ceramic Blue และ Jungle Green ที่ตั้งราคาพิเศษไว้ 6,290 บาทจากราคาปกติ 7,290 บาท ส่วนรุ่นสาย Silver และ Black อยู่ที่ราคาพิเศษ 5,690 บาทจากราคาปกติ 6,690 บาท ขณะที่ในกล่องก็ให้มาครบ ทั้งตัวเรือน Xiaomi Watch S5 46mm แท่นชาร์จแม่เหล็ก และคู่มือการใช้งานที่รวมข้อมูลการรับประกันไว้ด้วย

โดยสรุปแล้ว Xiaomi Watch S5 46mm คือสมาร์ตวอทช์ที่ตอบโจทย์คนอยากได้นาฬิกาดีไซน์สวยพอจะใส่ออกงานได้ แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องฟีเจอร์สุขภาพและกีฬาที่ครบเครื่อง และเมื่อนำมารวมกับแบตที่อึด หน้าจอที่สว่างคมชัด พร้อมราคาเปิดตัวที่เข้าถึงง่าย ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากในงบประมาณระดับนี้ครับ