
Apple เพิ่งเปิดตัว MacBook Pro รุ่น M5 Pro และ M5 Max ไปเมื่อมีนาคม 2569 แต่ถ้าคุณยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ มีเหตุผลดีๆ ที่ควรรอฟังก่อน เพราะสิ่งที่กำลังมาอาจเปลี่ยนวงการแล็ปท็อปไปตลอดกาล
แม้ว่า MacBook Pro รุ่น M5 Pro และ M5 Max ที่เพิ่งวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2569 จะมีประสิทธิภาพชิปที่เร็วขึ้น แต่ดีไซน์โดยรวมยังคงเป็นโครงเดิมที่ Apple ใช้มาตั้งแต่ปี 2564 และนั่นคือสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงในเร็วๆ นี้ โดยมีรายงานว่า MacBook Pro รุ่นต่อไปจะมาพร้อมกับจอ OLED พร้อมฟังก์ชันสัมผัส ดีไซน์ใหม่ที่บางลง และชิปรุ่นใหม่ล่าสุดในสถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตร ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดคือการนำจอแสดงผล OLED มาใช้ใน MacBook Pro เป็นครั้งแรก ซึ่งเทคโนโลยี OLED หรือ Organic Light-Emitting Diode คือจอที่แต่ละพิกเซลสามารถเปิด-ปิดได้อิสระ ต่างจากจอ mini-LED ในรุ่นปัจจุบันที่ใช้ระบบ backlight รวม ทำให้ OLED ให้สีดำที่ลึกกว่า สีสันที่สดใสกว่า มุมมองที่กว้างกว่า และตอบสนองได้เร็วกว่า นอกจากนี้ยังประหยัดพลังงานในบางสถานการณ์และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรับชมเนื้อหา HDR ที่ต้องการความคมชัดสูงสุด
ไม่เพียงแค่จอ OLED เท่านั้น MacBook Pro รุ่นใหม่ยังคาดว่าจะรองรับการสัมผัสหน้าจอ (Touchscreen) ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Mac แม้ว่าในอดีต Apple จะยืนกรานว่า Mac ไม่จำเป็นต้องมีจอสัมผัส แต่ทิศทางของบริษัทเริ่มเปลี่ยนไป โดยการสัมผัสจะมาเสริมการใช้งานผ่านเมาส์และคีย์บอร์ดแบบเดิม ไม่ใช่แทนที่
ในด้านดีไซน์ กระแสข่าวลือชี้ว่า MacBook Pro รุ่น OLED จะมีตัวเครื่องที่บางลง และที่น่าสนใจคือ ช่องกล้องบริเวณขอบบนจอจะเปลี่ยนจาก Notch แบบปัจจุบัน มาเป็น Dynamic Island แบบที่พบใน iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งสามารถขยายและแสดงข้อมูลแบบอินเทอร์แอกทีฟได้ตามบริบทการใช้งาน ขณะที่ขนาดหน้าจอยังคงที่ 14 และ 16 นิ้วเช่นเดิม โดยแป้นพิมพ์และแทร็คแพดยังคงอยู่ครบถ้วน
ด้านชิปประมวลผล MacBook Pro OLED จะเป็นรุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตร ซึ่งเชื่อกันว่าจะมาในชิปซีรีส์ M6 โดยขนาดนาโนเมตรที่เล็กลงหมายถึงความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ที่สูงขึ้น ประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่ดีขึ้น และการใช้พลังงานที่น้อยลง ชิปรุ่นนี้จะใช้เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์แบบ GAA Nanosheet แทน FinFET แบบเดิม ซึ่ง TSMC ผู้ผลิตชิปให้กับ Apple ระบุว่าจะให้ประสิทธิภาพดีกว่าและประหยัดพลังงานกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า MacBook Pro รุ่นใหม่อาจรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ซึ่งถ้าเป็นจริง จะทำให้แล็ปท็อปตระกูลนี้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งพา Wi-Fi หรือฮอตสปอต และในแง่ของการจัดวางผลิตภัณฑ์ มีรายงานว่า Apple อาจวางจำหน่าย MacBook Pro รุ่น OLED M6 ควบคู่กับรุ่น M5 Pro และ M5 Max ที่มีอยู่ โดยรุ่น OLED จะมีป้าย “Ultra” เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นสินค้าระดับสูงสุด ซึ่งแน่นอนว่าราคาจะสูงกว่ารุ่นปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อ นั่นคือประวัติของ Apple กับสินค้าเจเนอเรชันแรก ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการเปลี่ยนมาใช้แป้นพิมพ์ Butterfly Keyboard ใน MacBook ปี 2559 ที่ประสบปัญหามากมายจนต้องยกเลิกในที่สุด ดังนั้นหากคุณไม่ต้องการความเสี่ยงจากสินค้ารุ่นแรก และไม่ได้สนใจเทคโนโลยี OLED หรือจอสัมผัส MacBook Pro รุ่น M5 Pro และ M5 Max ในปัจจุบันถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและมีความเสถียรสูง
สำหรับกำหนดเปิดตัว แม้ว่า MacBook Pro OLED จะมีโอกาสเปิดตัวในช่วงปลายปี 2569 แต่จากข้อมูลล่าสุด สถานการณ์การขาดแคลนชิปทำให้ Apple อาจต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไปเป็นต้นปี 2570 เพื่อสะสมสต็อกสินค้าให้เพียงพอ ดังนั้น การตัดสินใจว่าจะรอหรือซื้อตอนนี้ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน งบประมาณ และความพร้อมที่จะเป็นผู้ใช้กลุ่มแรกของเทคโนโลยีใหม่
อ้างอิง | Macrumors.com