แคมเปญสอดแนมดิจิทัลที่ดำเนินมานานหลายปีถูกเปิดโปงโดยสามบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ชั้นนำ พุ่งเป้าโจมตีนักข่าว นักกิจกรรม และเจ้าหน้าที่รัฐทั่วตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ

ผลการสืบสวนล่าสุดจากสามบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ชั้นนำของโลก ได้แก่ Access Now, Lookout และ SMEX เผยให้เห็นว่าแฮกเกอร์ยังคงพึ่งพาเทคนิคดั้งเดิมอย่างฟิชชิง (Phishing หรือการหลอกลวงทางออนไลน์เพื่อขโมยข้อมูล) เพื่อเจาะเข้าระบบของทั้ง iPhone และอุปกรณ์ Android โดยรายงานที่ตีพิมพ์เสริมกันนี้ถูกนำเสนอต่อสาธารณชนผ่านทาง TechCrunch

การโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่พลเรือนและเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศทั่วภูมิภาค รวมถึง สหราชอาณาจักร และอาจรวมถึง สหรัฐอเมริกา หรือศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยอเมริกัน โดย Access Now ได้สืบสวนเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2566–2568 ขณะที่ Lookout ได้เชื่อมโยงเหตุการณ์เหล่านี้กับกลุ่มแฮกเกอร์รับจ้างที่ชื่อว่า BITTER APT ซึ่งเป็นกลุ่มที่แตกแขนงออกมาจากบริษัทสตาร์ตอัปรับจ้างแฮกของอินเดียชื่อ Appin

สิ่งที่ทำให้แคมเปญนี้แตกต่างจากการโจมตีที่ซับซ้อนกว่าอย่าง Coruna exploit หรือ DarkSword exploit ซึ่งใช้การโจมตีแบบต่อเนื่องหลายช่องโหว่เพื่อเจาะระบบ iPhone และ iPad รุ่นเก่า คือการที่แคมเปญนี้เลือกใช้กลยุทธ์ที่เรียบง่ายกว่ามาก โดยเฉพาะการใช้ฟิชชิงเป็นหลัก กล่าวคือ เมื่อต้องการโจมตีผู้ใช้ iPhone แฮกเกอร์จะพยายามหลอกล่อเหยื่อให้เปิดเผย Apple ID และรหัสผ่าน จากนั้นจึงใช้ข้อมูลนั้นเจาะเข้าถึงข้อมูลสำรองบน iCloud (ระบบสำรองข้อมูลออนไลน์ของ Apple) ซึ่งจะเท่ากับว่าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดในโทรศัพท์ของเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์

รายงานของ Lookout เปิดเผยว่ามีเว็บไซต์มากกว่า 1,500 แห่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อปลอมแปลงเป็นบริการที่ถูกกฎหมาย โดยถูกนำไปใช้เป็นหน้าฟิชชิงและโครงสร้างพื้นฐานอันตราย สำหรับเว็บปลอมที่เกี่ยวข้องกับ Apple โดยตรงนั้น ได้แก่ facetime-web[.]me-en[.]io, apple[.]id-us[.]cc, icloud[.]com-ar[.]me, icloud[.]com-service[.]info และ signin-apple[.]com-en-uk[.]info ซึ่งทั้งหมดได้รับการออกแบบมาให้ดูคล้ายกับเว็บไซต์จริงของ Apple มากที่สุดเพื่อหลอกลวงผู้ใช้ที่ไม่ระวัง

อย่างไรก็ตาม แคมเปญนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การโจมตีผู้ใช้ Apple เท่านั้น แต่ยังขยายวงไปยังบริการและผู้ใช้ของ Google, Microsoft, Signal, WhatsApp และ Yahoo ด้วยเทคนิคแฮกและฟิชชิงที่หลากหลาย

TechCrunch ระบุว่าแคมเปญนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานภาครัฐที่เริ่มจ้างเหมาปฏิบัติการแฮกให้กับบริษัทเอกชน โดย Justin Albrecht นักวิจัยอาวุโสจาก Lookout อธิบายว่ากลุ่มรับจ้างเหล่านี้และลูกค้าของพวกเขาได้รับความได้เปรียบจาก “การปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างน่าเชื่อถือ” เนื่องจากกลุ่มรับจ้างเป็นผู้ดำเนินการทุกอย่างเอง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการจ้างกลุ่มเหล่านี้ยังต่ำกว่าการซื้อสปายแวร์เชิงพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ

อ้างอิง | 9to5mac.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
เผยโฉม “MacBook Pro 2026” อัปเกรดครั้งใหญ่ พร้อมจอ OLED และชิป M6
OpenAI อัปเกรด Codex ครั้งใหญ่! AI เขียนโค้ดที่ควบคุม Mac ด้วยตัวเอง สร้างภาพ และจดจำพฤติกรรมผู้ใช้ได้แล้ว
เผยคอนเซ็ปต์ HUAWEI Mate 40 และ HUAWEI Mate 40 Pro กล้องหลัง Leica

Leave Your Reply

*