
ภาครัฐไทยออกมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปพร้อมสิทธิลดหย่อนภาษี มีผลตั้งแต่มีนาคม 2569 โดย Huawei Inverter รุ่น 10K-MAP0 เป็นอุปกรณ์เพียงรายเดียวที่ผ่านเกณฑ์ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว
รัฐบาลไทยออกมาตรการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดโอกาสให้ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop (ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาอาคาร) พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่น่าดึงดูดใจ โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 รวมระยะเวลากว่า 3 ปี ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจวางแผนการลงทุนได้อย่างเต็มที่
มาตรการนี้แบ่งสิทธิประโยชน์ออกเป็น 2 รูปแบบหลักตามประเภทของผู้ใช้งาน สำหรับกลุ่มนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วน เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระประเภท 5–8 สามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้ออุปกรณ์ในระบบโซลาร์เซลล์หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 100% ตามปกติ และยังหักเพิ่มได้อีก 50% ของมูลค่าการลงทุนในอุปกรณ์ ซึ่งหมายความว่าหากลงทุนซื้ออุปกรณ์มูลค่า 1,000,000 บาท จะสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายทางภาษีรวมได้สูงสุดถึง 1,500,000 บาท เงื่อนไขสำคัญคืออุปกรณ์ที่ใช้ต้องได้รับการรับรองฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว ตามมาตรฐานที่กำหนด
ท่ามกลางอุปกรณ์โซลาร์เซลล์หลากหลายยี่ห้อในท้องตลาด Huawei Inverter รุ่น 10K-MAP0 ถือเป็นอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว อย่างเป็นทางการ ทำให้กลายเป็นตัวเลือกที่ตรงกับเงื่อนไขของมาตรการภาครัฐอย่างสมบูรณ์แบบ โดยอินเวอร์เตอร์ (อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ให้ใช้งานได้ในบ้านหรืออาคาร) รุ่นนี้มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง รองรับการใช้งานทั้งในภาคธุรกิจและภาคที่อยู่อาศัย ออกแบบมาให้ทำงานคู่กับแผงโซลาร์เซลล์ที่ได้รับการรับรองระดับเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมและความคุ้มค่าในการลงทุนสูงสุด ระบบที่ติดตั้งด้วย Huawei Inverter 10K-MAP0 สามารถออกแบบได้ตั้งแต่ขนาด 10 kWp ไปจนถึง 30 kWp เหมาะสำหรับธุรกิจ SME อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก รวมถึงบ้านขนาดใหญ่ที่ต้องการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
สำหรับบุคคลธรรมดาหรือเจ้าของบ้านที่อยู่อาศัย มาตรการนี้เปิดโอกาสให้นำค่าใช้จ่ายในการซื้อแพ็กเกจที่รวมทั้งค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าระบบที่ติดตั้งต้องเป็นระบบ On-grid (ระบบที่เชื่อมต่อกับสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้า ซึ่งสามารถติดแบตเตอรี่เสริมได้) มีกำลังการติดตั้งไม่เกิน 10 kWp ต่อหนึ่งมิเตอร์ไฟฟ้า และต้องมี E-Tax Invoice เป็นหลักฐานประกอบการขอสิทธิ์
สิ่งที่ทำให้มาตรการนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น คือผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในด้านระยะเวลาการคืนทุน ทั้งสองกลุ่มจะได้รับประโยชน์จากระยะเวลาการคืนทุนของระบบโซลาร์เซลล์ที่สั้นลงประมาณ 1–2 ปี เมื่อเทียบกับการไม่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งหมายความว่าภาคธุรกิจและครัวเรือนจะสามารถเห็นผลประหยัดค่าไฟและผลตอบแทนจากการลงทุนได้เร็วกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับ Solar Rooftop ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดให้ทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนของประเทศ ผู้ใช้งานจะเริ่มประหยัดค่าไฟฟ้าได้ทันทีหลังจากระบบเริ่มผลิตไฟฟ้า และเพื่อให้ได้รับทั้งประโยชน์ด้านการลดค่าไฟและสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มประสิทธิภาพ การเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพสูง และผ่านการรับรองตามเงื่อนไขของมาตรการ อย่างเช่น Huawei Inverter 10K-MAP0 จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดในขณะนี้