Nothing สตาร์ทอัพเทคโนโลยีจากกรุงลอนดอนที่ก่อตั้งโดย Carl Pei เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ผ่านวิดีโออัปเดตล่าสุด โดยปีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเฟสที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการเติบโตและการยกระดับทั้งผลิตภัณฑ์ แบรนด์ และนวัตกรรม
ตลอดปี 2568 Nothing เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดขายสะสมทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมระดมทุนเพิ่มเติมได้อีก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีนักลงทุนจากคอมมูนิตี้ทั่วโลกมากกว่า 11,000 คน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์และการสนับสนุนจากผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง

ในปี 2569 Nothing เดินหน้าเข้าสู่เฟสที่ 2 อย่างชัดเจน ด้วยเป้าหมายเดียวคือเติบโตให้ใหญ่ขึ้นและดีขึ้น บริษัทแต่งตั้ง Charlie Smith อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Loewe ขึ้นดำรงตำแหน่ง Chief Brand Officer เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์ให้แข็งแรงขึ้นและใกล้ชิดกับผู้ใช้งานเจเนอเรชันใหม่มากกว่าเดิม
Nothing เตรียมเปิดสำนักงานใหญ่ระดับโลกแห่งใหม่ในกรุงลอนดอนช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ออกแบบโดย Heatherwick Studio และจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Nothing Campus ในย่าน King’s Cross ขณะเดียวกัน Nothing ยังขยายการเข้าถึงผู้ใช้งานทั่วโลกด้วยการเปิดร้าน Nothing แห่งที่ 2 ที่เมืองเบงกาลูรู ประเทศอินเดีย ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 และมีแผนเปิดร้านเพิ่มเติมในเมืองหลักอย่างนิวยอร์กและโตเกียว

ด้านผลิตภัณฑ์ Nothing ระบุว่าในปี 2569 จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาหูฟังแบบครอบหู (Over-ear) มากขึ้น ขณะที่ยังไม่มีแผนเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ โดย Phone (3) จะยังคงเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงของบริษัทต่อไป Carl Pei ย้ำว่า Nothing ไม่ต้องการเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ทุกปีหากการอัปเกรดนั้นยังไม่สามารถมอบประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนให้กับผู้ใช้ได้
สำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง Phone (4a) จะถูกยกระดับให้เข้าใกล้ประสบการณ์ระดับเรือธงมากขึ้น ทั้งด้านฟีเจอร์ การใช้งาน และการออกแบบ พร้อมการทดลองใช้สีสันใหม่ที่แตกต่างและชัดเจนกว่าเดิม การประกาศทิศทางครั้งนี้สะท้อนถึงเป้าหมายของ Nothing ในการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมรักษาเอกลักษณ์ที่แตกต่างในตลาดเทคโนโลยีโลก และยึดประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นหัวใจหลักของการพัฒนาผลิตภัณฑ์