ถ้าจะเลือกซื้อหูฟังไร้สายแบบ TWS มาใช้สักรุ่น ก็คงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่าอุปสรรคแรกคือการเลือกรุ่นที่ถูกใจจากตัวเลือกที่มากมายจนลายตา ถึงแม้ว่าจะมีชอยส์ให้เลือกมหาศาล แต่ก็มีหูฟังอยู่แค่ไม่กี่รุ่นที่โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งแบบรอบด้าน

หากคุณเคยมีปัญหาหูฟังแบบ in-ear ใส่นานๆ แล้วหูเจ็บ หรือหูฟังครอบหัวทำให้ร้อนอึดอัด วันนี้ HUAWEI มีคำตอบมาให้แล้ว หัวเว่ยได้กลับมาตอกย้ำศักยภาพในฐานะดาวรุ่งของวงการหูฟังอีกครั้ง ด้วย FreeClip 2 หูฟังแบบ open-ear ที่มาพร้อมดีไซน์ C-bridge สุดล้ำ เน้นความสบายเป็นหลัก พร้อมเสียงที่คมชัดและทรงพลังในทุกสถานการณ์ ฟีเจอร์อัจฉริยะจากหน่วยประมวลผล AI ที่ติดตั้งมาในตัว และที่สำคัญคือคอนเซ็ปต์ “Barely there. Perfectly clear.” ใส่แล้วเบาสบายราวกับไม่มีอะไร แต่เสียงกลับชัดเจนอย่างสมบูรณ์แบบ

เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนได้อย่างราบรื่น พร้อมฟีเจอร์ครบครันที่จะทำให้ชีวิตประจำวันของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น นี่ไม่ใช่แค่หูฟังสำหรับฟังเพลงอีกต่อไป แต่กลายเป็นแฟชั่นสเตทเมนต์ที่ใส่แล้วดูดีและรู้สึกดี
โครงสร้าง C-Bridge ที่เบากว่า นุ่มกว่า ใส่สบายกว่าเดิม 25%
ความพิเศษของ HUAWEI FreeClip 2 สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็นด้วยงานออกแบบที่สานต่อโครงสร้างแบบ Airy C-Bridge จากรุ่นแรก หูฟังประกอบด้วยสามส่วนหลักที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ได้แก่ Acoustic Ball ที่บรรจุระบบลำโพง, Comfort Bean ที่รองรับความสบาย และที่สำคัญที่สุดคือ C-Bridge ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมที่ทำหน้าที่ยึดหูฟังกับหูอย่างแนบสนิท

C-Bridge ไม่ใช่แค่สายเชื่อมธรรมดา แต่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันจากข้อมูลโครงสร้างหูของคนมากกว่า 10,000 ตัวอย่าง ผ่านการทดสอบกับรูปร่างใบหูที่หลากหลายถึง 10,000 แบบ ทำจากโลหะผสมแบบ Shape-memory ที่หุ้มด้วยซิลิโคนเนื้อนุ่ม ให้ความยืดหยุ่นและนุ่มนวลมากขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับรุ่นแรก ทำให้ยึดติดกับหูอย่างมั่นคงแต่ไม่กดทับจนเกินไป เบาสบายเหมือนปุยนุ่น แต่หนีบใบหูได้แน่นกระชับ ไม่ต้องกลัวหลุดแม้จะใส่ไปออกกำลังกาย


ส่วน Comfort Bean ได้รับการปรับปรุงให้เล็กลงถึง 11% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทำให้พอดีกับหูมากขึ้นและไม่รู้สึกกดทับ น้ำหนักของหูฟังแต่ละข้างเบาเพียง 5.1 กรัมเท่านั้น ใส่แล้วแทบไม่รู้สึกว่ามีอะไรอยู่บนหู เหมาะสำหรับใช้งานทั้งวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหูเมื่อยหรือเจ็บ

ที่เด็ดกว่านั้นคือระบบจดจำและสลับข้างแบบอัตโนมัติตามการสวมใส่จริง คุณไม่ต้องมานั่งดูว่าหูฟังข้างไหนเป็นซ้ายหรือขวา เพียงแค่คีบหูฟังขึ้นมาใส่ ระบบก็จะรู้เองและปรับช่องเสียงให้ถูกต้องโดยอัตโนมัติ หยิบมาใส่หรือเก็บลงในเคสได้สะดวกทันที
ดีไซน์สวยหรู 4 สีสัน พร้อมเคสชาร์จกะทัดรัดเก๋ไก้
นอกจากจะใส่สบายแล้ว HUAWEI FreeClip 2 ยังเตะตาด้วยการผสมผสานวัสดุที่ตัดกันได้อย่างลงตัว จากผิวสัมผัสแบบแมทของซิลิโคนนุ่มที่หุ้มห่อส่วน C-Bridge ไปจนถึงผิวมันวาวที่ส่วน Comfort Bean และ Acoustic Ball หูฟังมาให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีฟ้าอ่อนสวยหวาน สีโรสโกลด์หรูหรา สีขาวสะอาดตา และสีดำคลาสสิก ตอบโจทย์ทุกสไตล์การแต่งตัว

เคสชาร์จได้รับการออกแบบใหม่เป็นทรงสี่เหลี่ยมที่ดูทันสมัยและกะทัดรัด น้ำหนักเบาลงถึง 14% และขนาดเล็กลง พกพาสะดวก เข้ากระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้ง่าย ที่น่าประทับใจคือช่องเก็บหูฟังที่ออกแบบให้ C-Bridge และ Acoustic Ball ของหูทั้งสองข้างอยู่ในตำแหน่งไขว้กันอย่างเป็นเอกลักษณ์ ดูเก๋และแปลกตา วัสดุที่ใช้ทำเคสมีพื้นผิวคล้ายผ้า ให้สัมผัสนุ่มนวลและทนทานต่อรอยขีดข่วน ใช้นานเท่าไหร่ก็ยังดูใหม่และสวยงาม
ชิป NPU AI ทำให้เสียงดีทุกสถานการณ์
แม้ว่า FreeClip 2 จะมีขนาดเล็กและเบา แต่ภายในบรรจุเทคโนโลยีล้ำสมัยเต็มเปี่ยม หัวใจสำคัญคือหน่วยประมวลผล NPU (Neural Processing Unit) ที่ทำงานด้วย AI ติดตั้งมาในหูฟังของหัวเว่ยเป็นครั้งแรก มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงขึ้นถึง 10 เท่า NPU ตัวนี้ปรับแต่งเสียงอัตโนมัติให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นในที่เงียบหรือสถานที่ที่มีเสียงรบกวนมาก

ชิป NPU เพิ่มความสามารถใหม่เข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับเสียงอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม ช่วยเพิ่ม-ลดความดังแบบอัตโนมัติตามระดับเสียงรบกวนจากภายนอก หรือปรับระบบเสียงเพื่อเน้นให้เสียงพูดชัดเจนมากขึ้น หากใส่หูฟังอยู่ในที่ที่มีเสียงดัง ระบบก็จะปรับให้เหมาะสมทันที
ไดรเวอร์ไดอะแฟรมคู่ เบสหนักขึ้น 100%
สำหรับคุณภาพเสียง FreeClip 2 มาพร้อมไดรเวอร์ไดอะแฟรมคู่ (Dual Diaphragm Driver) ที่เติมความกระหึ่มให้เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้า เพิ่มพลังเสียงให้ทั้งดังขึ้นและเบสแน่นขึ้นถึง 100% เมื่อเทียบกับรุ่นแรก เสียงทุ้มหนักแน่น มีมิติ ฟังเพลงแนวไหนก็สนุกทุกแนว โดยที่ยังรักษารายละเอียดในทุกโทนเสียงและจังหวะไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะคอเพลงร็อก แจ๊ส หรือ R&B จะต้องเพลินไปกับเนื้อเสียงที่ลงตัวทั้งในย่านต่ำและสูง ให้มิติของดนตรีที่เป็นธรรมชาติกว่าที่เคย

แม้จะเป็นหูฟังแบบ Open-ear แต่ HUAWEI FreeClip 2 ป้องกันไม่ให้เสียงพูดหรือเสียงเพลงหลุดรอดออกไปให้คนอื่นได้ยิน ด้วยระบบ Reverse Sound Wave ภายใน Acoustic Ball ทั้งสองข้าง ซึ่งปล่อยคลื่นเสียงที่เป็นขั้วตรงข้ามของเสียงที่ผู้สวมใส่ได้ยินให้ออกมาหักล้างกันและลดการรั่วไหลของเสียงออกสู่ภายนอก ระบบนี้ทำงานร่วมกับฟังก์ชันการเพิ่ม-ลดความดังอัตโนมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครได้ยินสิ่งที่คุณฟัง แม้จะอยู่ในห้องที่เงียบและไร้เสียงรบกวน นี่คือการแก้ปัญหาของหูฟังแบบ open-ear ที่หลายคนกังวล
ระบบการโทรคมชัด แม้อยู่ในที่เสียงดัง
FreeClip 2 มาพร้อมระบบไมโครโฟน 3 ตัว ประกอบด้วยไมโครโฟน 2 ตัวและ Voice Pickup Unit (VPU) ที่จับเสียงของผู้สวมใส่ผ่านแรงสั่นสะเทือนที่สัมผัสได้ผ่านกะโหลกศีรษะ ทำงานร่วมกับอัลกอริทึมตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะที่ใช้พลังชิป NPU ช่วยให้เสียงสนทนาของคุณชัดเจน คมชัด เพื่อความชัดเจนสูงสุดในทุกบทสนทนา แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรอบข้างมากมาย เมื่อคุณต่อสายกับสมาร์ตโฟนเพื่อคุยงานหรือคุยกับเพื่อนฝูง คู่สนทนาจะได้ยินเสียงของคุณแบบกระจ่างชัดโดยไม่มีเสียงรบกวนมาปน
แบตอึด 38 ชั่วโมง ชาร์จเร็ว 10 นาที ใช้ได้ 3 ชั่วโมง
เรื่องแบตเตอรี่ไม่น่าผิดหวัง HUAWEI FreeClip 2 พร้อมตามติดไปเสิร์ฟเสียงเพลงทุกที่ ทุกเวลา ด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้ฟังเพลงได้นานสูงสุดถึง 9 ชั่วโมงเมื่อชาร์จไว้เต็ม และเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จแล้ว สามารถใช้งานได้รวมสูงสุดถึง 38 ชั่วโมง ฟังเพลงได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด

ยิ่งไปกว่านั้น FreeClip 2 รองรับเทคโนโลยี 3C Fast Charging ที่ทำให้แบตหมดกลายเป็นเรื่องเล็ก เพียงเก็บหูฟังไว้ในเคสชาร์จแค่ 10 นาที ก็สามารถหยิบมาฟังเพลงต่อได้อีก 3 ชั่วโมง เหมาะสำหรับคนที่ต้องรีบออกจากบ้านแต่ลืมชาร์จหูฟัง ด้านความทนทาน FreeClip 2 มาพร้อมมาตรฐานการกันฝุ่นและกันน้ำระดับ IP57 ทนทานกว่ารุ่นก่อนหน้า ใช้งานได้แม้ในวันที่ฝนตก หรือเวลาออกกำลังกายที่เหงื่อออกเยอะ สามารถใส่ไปออกกำลังได้แบบไม่ต้องกลัว
ฟีเจอร์สมาร์ทครบ เชื่อมต่อได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน
เมื่อเชื่อมต่อ FreeClip 2 กับสมาร์ตโฟนแล้ว คุณสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน แอปพลิเคชัน HUAWEI Audio ได้อย่างสะดวก แอปนี้จะแสดงสถานะแบตเตอรี่ของหูฟังทั้งสองข้างและเคสชาร์จแบบเรียลไทม์ พร้อมให้คุณปรับแต่งการใช้งานต่างๆ ได้ตามต้องการ

การควบคุมหูฟังของ FreeClip 2 สะดวกกว่ารุ่นไหนๆ เนื่องจากหูฟังตัวนี้สามารถตอบสนองคำสั่งผ่านการสัมผัสได้ทั้งในส่วน Acoustic Ball, C-Bridge และ Comfort Bean ไม่จำกัดอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง ทำให้สั่งงานได้ง่าย ไม่ต้องมานั่งหาจุดควบคุมเฉพาะ แค่แตะที่ส่วนไหนของหูฟังก็สามารถควบคุมได้

ที่เด็ดกว่านั้นคือ หากมีสายเข้าขณะมือไม่ว่าง สามารถพยักหน้าเพื่อรับสายหรือส่ายหัวเพื่อตัดสายได้แบบง่ายๆ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ทั้งสนุกและใช้งานง่าย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มือไม่ว่าง เช่นตอนกำลังขับรถหรือถือของอยู่

FreeClip 2 รองรับการเชื่อมต่อกับสองอุปกรณ์พร้อมกัน และสามารถสลับสัญญาณเสียงจากทั้งอุปกรณ์ iOS, Android, EMUI และ Windows ได้โดยอัตโนมัติ ถ้าเชื่อมต่อหูฟังกับทั้งเครื่องพีซีและสมาร์ตโฟน ก็สามารถฟังเสียงจากพีซี สลับมารับสายเข้าทางสมาร์ตโฟน และสลับกลับไปฟังเสียงจากพีซีทันทีที่วางสาย ไม่ต้องตัดการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์อื่นเลย หูฟังยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลากหลายแบรนด์และระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI, Android, iOS, Windows หรือ macOS

สรุป: หูฟังที่ใส่สบายที่สุด พร้อมเทคโนโลยีเสียงระดับพรีเมียม
หลังจากได้ลองใช้งาน HUAWEI FreeClip 2 มาระยะหนึ่ง ต้องยอมรับว่าหูฟังรุ่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วนจริงๆ ตั้งแต่การออกแบบที่เน้นความสบาย คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม ไปจนถึงฟีเจอร์อัจฉริยะที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น
สิ่งที่ชอบที่สุดคือความเบาสบายในการสวมใส่ ใส่ทั้งวันก็ไม่รู้สึกเมื่อยหูหรือเจ็บเลย ต่างจากหูฟังแบบ in-ear ที่ใส่นานแล้วหูเจ็บ หรือหูฟังครอบหัวที่ทำให้ร้อนอึดอัด FreeClip 2 ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่หูฟังเลย แต่เสียงกลับชัดเจนและดีมาก การออกแบบมาจากข้อมูลใบหูมากกว่า 10,000 แบบ ทำให้มั่นใจได้ว่าใครๆ ก็ใส่สบาย

คุณภาพเสียงก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น เสียงทุ้มหนักแน่น เสียงกลางชัดเจน เสียงแหลมไม่แหลมจี๊ดเกินไป ฟังเพลงแนวไหนก็เพราะทุกแนว ระบบตัดเสียงรบกวนในการโทรทำงานได้ดีมาก แม้จะอยู่ในที่ที่มีเสียงดังก็ยังคุยโทรศัพท์กับสมาร์ตโฟนได้ชัดเจน การมีระบบ Reverse Sound Wave ที่ป้องกันเสียงรั่วออกไปข้างนอกก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะได้ยินเสียงเพลง

แบตเตอรี่อึดทนจริง ชาร์จหนึ่งครั้งใช้งานได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกังวล การชาร์จเร็วช่วยให้ไม่ต้องรอนาน ฟีเจอร์ต่างๆ ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แม้จะไม่ค่อยเก่งเทคโนโลยีก็ใช้งานได้ราบรื่น การควบคุมหูฟังได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น Acoustic Ball, C-Bridge หรือ Comfort Bean ก็ทำให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น

หากจะหาข้อติดหน่อย อาจจะเป็นเรื่องราคาที่อาจจะสูงไปสักหน่อยสำหรับบางคน แต่เมื่อพิจารณาจากคุณภาพ ดีไซน์ และฟีเจอร์ที่ได้รับแล้ว ก็คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปแน่นอน HUAWEI FreeClip 2 เป็นหูฟังที่เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการหูฟังที่ใส่สบาย เสียงดี และมีฟีเจอร์ครบครัน พร้อมตามติดไปเสิร์ฟเสียงเพลงทุกที่ ทุกเวลา
โปรโมชันพรีออเดอร์คุ้มค่า พร้อมของแถมมูลค่าสูง
สำหรับผู้ที่สนใจ HUAWEI FreeClip 2 สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2569 ถึง 29 มกราคม 2569 ในราคาพิเศษ 4,990 บาท ลดจากราคาปกติ 5,990 บาท โดยผู้ที่สั่งจองในช่วงนี้จะได้รับของสมนาคุณรวมมูลค่าสูงสุด 1,198 บาท

ของแถมประกอบด้วย HUAWEI Loss Care มูลค่า 499 บาท ซึ่งเป็นบริการรับประกันหูฟังหาย 1 ครั้งภายใน 1 ปี หากหูฟังทำหายไป ผู้ใช้จะได้รับสิทธิ์ซื้อหูฟังข้างเดียวในราคาพิเศษลด 50% นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับหูฟัง Star Style มูลค่า 699 บาท สำหรับตกแต่งหูฟังให้มีสไตล์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ช่องทางการสั่งจองล่วงหน้าสามารถทำได้ผ่าน HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และช่องทางออนไลน์ทั้ง HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Huawei Mobile TH หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery เพื่อรับข้อมูลข่าวสารและบริการต่างๆ ของ หัวเว่ย