
เสียวหมี่ ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series รุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทยทั้งหมด 4 รุ่น พร้อมจุดเด่นด้านความทนทานระดับไททัน แบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน และกล้องความละเอียดสูงถึง 200MP
ความทนทานระดับใหม่กับเทคโนโลยี REDMI Titan
REDMI Note 15 Series ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยเทคโนโลยี REDMI Titan ที่ผสานความทนทานแบบครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ความทนทานต่อการตกกระแทก และการป้องกันฝุ่นและน้ำที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ประกอบด้วย REDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G, REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15
สมาร์ทโฟนรุ่น REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G เป็นผู้นำของซีรีส์นี้ด้วยฟีเจอร์ความทนทานที่ล้ำหน้าที่สุด โดยได้รับการรับรองประสิทธิภาพระดับพรีเมียมจาก SGS Premium Performance ในด้านความทนต่อการตกกระแทก การกดทับ และการงอ สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นถูกพัฒนาบนโครงสร้าง REDMI Titan ผสานเข้ากับแผงวงจรหลักที่มีความแข็งแรงสูง เฟรมกลางที่เสริมความทนทาน และโครงสร้างดูดซับแรงกระแทกหลายชั้น เสริมด้วยกระจกหน้าจอ Corning® Gorilla® Glass Victus® ซึ่งทำให้ผ่านการรับรองความทนทานต่อการตกจากความสูงได้ถึง 2.5 เมตร
นอกจากนี้ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังเสริมความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยแผงด้านหลังที่ทำจากวัสดุไฟเบอร์กลาสความแข็งแรงสูง ที่สามารถช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยมโดยที่ไม่เพิ่มน้ำหนักที่ไม่จำเป็นเข้ามา ในขณะที่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในซีรีส์ก็มาพร้อมโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานซึ่งผ่านการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทกและการตกกระแทกอย่างครอบคลุมของ SGS จึงมอบการปกป้องที่เชื่อถือได้สำหรับการใช้งานจริง
แบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอนขนาดใหญ่พร้อมการชาร์จเร็ว
หัวใจสำคัญของการอัปเกรดในครั้งนี้คือประสบการณ์แบตเตอรี่ที่ดีมากยิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน (SiC) ในขนาดความจุ 6,500 mAh ที่มีสัดส่วนซิลิคอน 10% รองรับการชาร์จเร็ว 100W HyperCharge และการชาร์จย้อนกลับ 22.5W จึงมอบทั้งความอึดและความเร็วในการชาร์จระดับเรือธง
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ SiC ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกใน REDMI Note Series ยังช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานในขนาดกะทัดรัด โดยในสมาร์ทโฟนรุ่น Pro ทุกรุ่น แบตเตอรี่ SiC จะทำงานร่วมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge เพื่อช่วยคงความจุของแบตเตอรี่ไว้ได้ 80% หรือมากกว่าหลังผ่านการชาร์จ 1,600 รอบ ซึ่งเทียบเท่าการใช้งานทั่วไปยาวนานประมาณ 6 ปี
ทั้งนี้แม้ REDMI Note 15 5G จะเป็นสมาร์ทโฟน REDMI Note ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีความบางเพียง 7.35 มม. ก็ยังสามารถบรรจุแบตเตอรี่ SiC ขนาดความจุ 5,520 mAh เอาไว้ได้ ในขณะที่ REDMI Note 15 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่อัปเกรดใหม่ขนาดความจุ 6,000 mAh นอกจากนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ยังรองรับการชาร์จแบบย้อนกลับ โดยรองรับกำลังไฟ 22.5W หรือ 18W ขึ้นอยู่กับรุ่น จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นในการใช้งาน
การป้องกันน้ำและฝุ่นระดับสูง
เพื่อมอบการปกป้องรอบด้านสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน REDMI Note 15 Series ได้ยกระดับมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำให้สูงยิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ผ่านมาตรฐาน IP66, IP68, IP69 และ IP69K พร้อมการรับรองว่าสามารถทนต่อการแช่น้ำลึกได้สูงสุด 2 เมตร เป็นเวลานาน 24 ชั่วโมง โดยผ่านการรับรองความทนทานต่อการกันน้ำของสมาร์ทโฟนจาก TÜV SÜD
สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวได้ผสานองค์ประกอบการกันน้ำที่ออกแบบมาอย่างแม่นยำถึง 17 จุด เพื่อการปกป้องในระยะยาว ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ก็ได้รับการยกระดับในการป้องกันฝุ่นและน้ำเช่นกัน โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับน้ำกระเซ็น น้ำหก และสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่ท้าทายในการใช้งาน
ทั้งนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์ยังใช้เทคโนโลยี Wet Touch 2.0 ที่ช่วยให้หน้าจอยังคงตอบสนองได้อย่างแม่นยำแม้หน้าจอหรือนิ้วมือจะเปียกก็ตาม คุณจึงใช้งานได้อย่างลื่นไหลในทุกสถานการณ์ของชีวิต
กล้อง 200MP พร้อมเทคโนโลยี AI ขั้นสูง
REDMI Note 15 Series ได้รับออกแบบมาเพื่อมอบความคมชัดเหนือระดับในทุกการภาพถ่าย โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G มาพร้อมกล้องความละเอียดสูง 200MP ใหม่ล่าสุด โดยใช้เซนเซอร์รับภาพ 200MP HPE ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในระดับสากล โดยที่เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้วนี้ มากับการซูมแบบออปติคัลระดับเซนเซอร์ 2x และ 4x พร้อมด้วยเทคโนโลยี DAG HDR แบบสามระยะโฟกัส รวมไปถึงการประมวลผลด้วย AI ขั้นสูง ที่ช่วยให้ได้ภาพที่สมจริงและรายละเอียดที่ชัดในทุกสภาพแสง
สมาร์ทโฟนรุ่น Pro รองรับระยะโฟกัสถึง 5 ระยะ ตั้งแต่ 23 มม. ถึง 92 มม. ผ่านเลนส์เพียงตัวเดียว จึงช่วยให้สามารถจัดเฟรมภาพได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นภาพทิวทัศน์ ภาพสตรีท ภาพถ่ายบุคคล และภาพถ่ายระยะใกล้ ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 มาพร้อมระบบกล้องความคมชัดสูงระดับ 108MP และมอบประสบการณ์เทเลโฟโต้ระดับออปติคัล 3x ที่ครอบคลุมตั้งแต่ภาพมุมกว้างไปจนถึงภาพถ่ายบุคคลระยะใกล้
ภาพถ่ายของสมาร์ทโฟนทั้งหมดในซีรีส์นี้ถูกยกระดับให้ดียิ่งขึ้นด้วยเครื่องมือสร้างสรรค์และ AI อัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นอัลกอริทึมภาพถ่ายบุคคลความคมชัดสูงพิเศษ, Dynamic shots 2.0 สำหรับเอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหว และการแก้ไขภาพที่ง่ายดายที่สามารถแชร์ไปยัง Instagram ได้ นอกจากนี้ REDMI Note 15 รุ่น Pro มาพร้อม AI Creativity Assistant ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 มาพร้อมกับ AI image editing tools ที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน
ยิ่งไปกว่านั้นสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์นี้ยังรองรับฟีเจอร์ AI Remove Reflection และ AI Beautify เพื่อช่วยให้ภาพถ่ายดูคมชัดมากยิ่งขึ้นด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว
ประสิทธิภาพและการเชื่อมต่อที่ทรงพลัง
นอกเหนือจากความทนทานและประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพแล้ว REDMI Note 15 Series ยังมอบประสิทธิภาพที่สมดุลสำหรับการรองรับการใช้งานที่หลากหลาย สำหรับรุ่นท็อปสุดของซีรีส์ REDMI Note 15 Pro+ 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon® 7s Gen 4 mobile platform พร้อมยังนำระบบระบายความร้อน Xiaomi IceLoop มาใช้ในซีรีส์ REDMI Note เป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งนับเป็นการใช้ระบบระบายความร้อนแบบ LHP เพียงหนึ่งเดียวในสมาร์ทโฟนกลุ่มราคานี้ รวมทั้งยังให้ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนสูงถึง 3 เท่าอีกด้วย
สมาร์ทโฟนในซีรีย์นี้ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่จาก Snapdragon และ MediaTek เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ภาพกราฟฟิกที่ลื่นไหลกว่าเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ดียิ่งขึ้น โดยสมาร์ทโฟนทุกรุ่นรองรับ Google Gemini และ Circle to Search with Google จึงมอบการใช้งานที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นพร้อมการค้นหาข้อมูลที่สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังใช้งาน Xiaomi HyperAI เพื่อมอบประสบการณ์ AI ที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์ผู้ใช้งานในแบบเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
เพื่อการเชื่อมต่อที่ดียิ่งขึ้น สมาร์ทโฟนรุ่น Pro นั้นนำฟีเจอร์ Xiaomi Offline Communication ระดับเรือธงมาใช้เพื่อช่วยให้สามารถสื่อสารด้วยเสียงในระยะไกลในระดับกิโลเมตรได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณเครือข่าย ในขณะที่ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี Xiaomi Surge T1S Tuner ที่ช่วยเสริมความแรงและความเสถียรของการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, Bluetooth®, GPS และเครือข่ายเซลลูลาร์
หน้าจอขนาดใหญ่พร้อมเสียงทรงพลัง
REDMI Note 15 Series มอบประสบการณ์การรับชมที่ดื่มด่ำมากยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและความคมชัดที่พัฒนายิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ใช้หน้าจอขนาด 6.83 นิ้ว ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ใช้หน้าจอขนาด 6.77 นิ้ว จึงให้มุมมองที่กว้างที่เกือบจะไร้ขอบจอ ด้วยความสว่างสูงสุดถึง 3,200 nits พร้อมเทคโนโลยี PWM dimming 3840Hz และการรับรองด้านการถนอมสายตาถึง 3 มาตรฐาน จึงทำให้สมาร์ทโฟนในซีรีส์นี้รับประกันได้ทั้งความคมชัดและความสบายตาในทุกสภาพแสง
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์การรับชมให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G สามารถเพิ่มระดับความดังของเสียงได้สูงสุดถึง 400% ในขณะที่รุ่นอื่นๆ สามารถเพิ่มความดังได้สูงสุด 300% เพื่อให้คุณสัมผัสกับพลังเสียงที่ดังและชัดเจนสำหรับการรับชมภาพยนตร์ ฟังเพลง และเล่นเกม
ราคาและการวางจำหน่ายในประเทศไทย
REDMI Note 15 Pro+ 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีฟ้าน้ำแข็ง (Glacier Blue) และสีม่วงอ่อน (Mist Purple) ราคา 12,999 บาท สามารถสั่งจองออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 ผ่านช่องทาง Shopee, Lazada และ JD Central พร้อมรับสิทธิ์พิเศษครอบคลุม ได้แก่ ส่วนลดสูงสุด 3,000 บาท สมาชิก Mi Club Member รับส่วนลดเพิ่ม 300 บาท กระเป๋าสะพายและฟิล์มกระจกฟรี ประกันความเสียหายจากของเหลว หน้าจอ หรือฝาหลัง 1 ครั้ง และประกันแบตเตอรี่ฟรี 1 ครั้ง ภายใน 24 เดือน นอกจากนี้ยังสามารถแลกซื้อ Redmi Buds 6 เพียง 690 บาท หรือ Redmi Watch 5 Active เพียง 690 บาท

REDMI Note 15 Pro 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีฟ้าน้ำแข็ง (Glacier Blue) และสีม่วงอ่อน (Mist Purple) ราคา 9,999 บาท สามารถสั่งจองออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 ผ่านช่องทาง Shopee, Lazada และ JD Central พร้อมรับสิทธิ์พิเศษครอบคลุม ได้แก่ ส่วนลดสูงสุด 3,000 บาท สมาชิก Mi Club Member รับส่วนลดเพิ่ม 300 บาท กระเป๋าสะพายและฟิล์มกระจกฟรี ประกันความเสียหายจากของเหลว หน้าจอ หรือฝาหลัง 1 ครั้ง และประกันแบตเตอรี่ฟรี 1 ครั้ง ภายใน 24 เดือน นอกจากนี้ยังสามารถแลกซื้อ Redmi Buds 6 เพียง 690 บาท หรือ Redmi Watch 5 Active เพียง 690 บาท

REDMI Note 15 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีเทาชาร์โคล (Charcoal Grey) และสีม่วงอ่อน (Mist Purple) ราคา 5,999 บาท และรุ่นความจุ 12GB+256GB ราคา 6,999 บาท สามารถสั่งจองออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 12:00 น. ผ่านช่องทาง Shopee, Lazada และ JD Central พร้อมรับสิทธิ์พิเศษ ได้แก่ ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท สมาชิก Mi Club Member รับส่วนลดเพิ่ม 300 บาท และฟิล์มกระจกฟรี นอกจากนี้ยังสามารถแลกซื้อ Redmi Buds 6 เพียง 690 บาท หรือ Redmi Watch 5 Active เพียง 690 บาท

REDMI Note 15 รุ่นความจุ 8GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีเทาชาร์โคล (Charcoal Grey) และสีม่วงอ่อน (Mist Purple) ราคา 4,999 บาท และรุ่นความจุ 12GB+256GB ราคา 5,999 บาท สามารถสั่งจองออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 12:00 น. ผ่านช่องทาง Shopee, Lazada และ JD Central พร้อมรับสิทธิ์พิเศษ ได้แก่ ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท สมาชิก Mi Club Member รับส่วนลดเพิ่ม 300 บาท และฟิล์มกระจกฟรี นอกจากนี้ยังสามารถแลกซื้อ Redmi Buds 6 เพียง 690 บาท หรือ Redmi Watch 5 Active เพียง 690 บาท
นอกจากนี้ผู้ซื้อทุกท่านยังสามารถผ่อนชำระสินค้าได้ผ่านบริการ SG Capital รับอนุมัติง่าย ผ่อนได้ทุกอาชีพ เริ่มต้น 0% นาน 6 เดือน หรือผ่อนได้สูงสุด 48 งวด ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด สามารถเข้าชมและรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Xiaomi Thailand Official Store บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ